สลด! คดีสะเทือนขวัญส่งท้ายปี 62 นักศึกษาป่วยซึมเศร้ามาตุฆาตบุผการี

อาชญากรรม3 ม.ค. 2563 • 09:46 น.
สลด! คดีสะเทือนขวัญส่งท้ายปี 62 นักศึกษาป่วยซึมเศร้ามาตุฆาตบุผการี
ปัญหาโรคซึมเศร้า เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็กหรือผู้สูงอายุ อาการของโรคอาจดูคล้ายกับอาการเศร้าหรือเสียใจ แต่ผลกระทบนั้นรุนแรงและเกิดขึ้นยาวนาน แม้ว่าตัวผู้ป่วยเองหรือคนรอบข้าง อาจไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ ปัญหาคือคนที่ป่วยเป็นซึมเศร้ามักจะไม่รู้ตัวว่ากำลังป่วยเป็นซึมเศร้า หรืออาจรู้ตัวอีกทีตอนที่อาการของโรคเข้าสู่ขั้นรุนแรง จนเกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้โรคนี้กลายเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่พรากชีวิตของใครหลายต่อหลายคนไปอย่างคาดไม่ถึง โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่พบได้บ่อยที่สุด โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า มีประชากรทั่วโลกป่วยเป็นโรคซึมเศร้าประมาณ 350 ล้านคน ซึ่งวัฒนธรรมที่แตกต่างกันก็มีผลต่ออัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าได้ โดยตามรายงานประจำปี 2553 ของวารสารประจำปีด้านสาธารณสุข (The Journal Annual Review of Public Health) กล่าวว่าอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าของทุกเพศทุกวัยในญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 2.2% ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ ในขณะที่บราซิลนั้นมีอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าสูงถีง 10.4% ส่วนในประเทศไทยนั้น โรคซึมเศร้าถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาด้านสุขภาพ ที่มีความสำคัญและน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยสังเกตได้จากสังคมในปัจจุบันนี้ ที่มักมีข่าวเกี่ยวกับปัญหาการฆ่าตัวตาย รวมทั้งปัญหาการทำร้ายร่างกายตัวเองและคนรอบข้าง ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้นับเป็นเรื่องที่น่าสลดใจไม่น้อยทีเดียว ตามรายงานจิตวิทยาคลินิก ปี 2007 พบว่า50% ของผู้ที่ฟื้นตัวจากภาวะซึมเศร้าในครั้งแรก มักมีภาวะซึมเศร้าซ้ำอีกหนึ่งครั้งหรือมากกว่านั้น80% ของคนที่เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ปัญหาโรคซึมเศร้ามีสาเหตุและปัจจัยที่หลากหลาย ทั้งด้านจิตใจ สภาพสังคม และความผิดปกติด้านชีววิทยาที่เกิดขึ้นกับร่างกายของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นการประสบปัญหาชีวิต ปัญหาครอบครัว การงาน การเงิน หรือการเผชิญความล้มเหลวหรือสูญเสียในชีวิตอย่างรุนแรง ทุกปัญหานั้นล้วนเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การเกิดโรคซึมเศร้าได้ทั้งสิ้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด 1. Major Depression (โรคซึมเศร้าแบบรุนแรง) โรคซึมเศร้าชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อภาวะซึมเศร้ารบกวนความสุขในชีวิต การทำงาน การเรียน การนอนหลับ นิสัยการกิน และอารมณ์สุนทรีย์ ติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ บางคนอาจแสดงอาการของภาวะซึมเศร้าเพียงแค่หนึ่งอย่างก็ได้ ซึ่งอาการจะเกิดขึ้นเป็นครั้งๆ แล้วหายไป แต่ก็สามารถเกิดได้บ่อยครั้งเช่นกัน 2. Dysthymia หรือ Persistent Depressive Disorder (โรคซึมเศร้าเรื้อรัง)เป็นโรคซึมเศร้าแบบเรื้อรังที่มีอาการทางอารมณ์ไม่รุนแรงนัก แต่จะเป็นไปอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี และมีอาการต่อไปนี้อย่างน้อย 2 อาการร่วมด้วย รับประทานอาหารได้น้อยลงหรือมากขึ้น นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป อ่อนเพลีย ไม่มีแรง รู้สึกว่าคุณค่าในตัวเองต่ำ ไม่มีสมาธิ หรือตัดสินใจอะไรได้ลำบาก รู้สึกสิ้นหวัง ตามเกณฑ์การวินิจฉัยจากคู่มือการวินิจฉัยความผิดปกติทางจิตที่จัดทำโดยสมาคมจิตเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา (DSM-V) ในบางช่วงเวลาของภาวะซึมเศร้าประเภทนี้ผู้ป่วยอาจมีภาวะ Major depression ร่วมด้วย ซึ่งจะรบกวนการดำรงชีวิตประจำวัน ทั้งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ป่วยและทำให้เกิดความรู้สึกแย่ได้ 3. Bipolar หรือ Manic-depressive Illness (โรคซึมเศร้าอารมณ์สองขั้ว)ผู้มีภาวะซึมเศร้าบางคนอาจมีอาการผิดปกติแบบอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) ร่วมด้วย โรคซึมเศร้าชนิดนี้จะทำให้ผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ โดยมีอารมณ์แปรปรวนรุนแรงสลับไปมาระหว่างอารมณ์ดีผิดปกติ (Mania) ที่เป็นช่วงอารมณ์สนุกคึกคักเกินเหตุ พูดมากกว่าที่เคยเป็น กระฉับกระเฉงกว่าปกติ มีพลังงานในร่างกายเหลือเฟือ กับช่วงภาวะซึมเศร้า (Depression) ซึ่งโดยมากจะมีอาการอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ในบางคนก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงอารมณ์ดีผิดปกตินั้น อาการที่เกิดขึ้นอาจมีผลกระทบต่อความคิดและการตัดสินใจของผู้ป่วย รวมทั้งอาจทำให้ผู้ป่วยมีพฤติกรรมหลงผิด หากผู้ป่วยในภาวะนี้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้กลายเป็นโรคจิต อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการหลงๆ ลืมๆ ที่เกิดขึ้น โดยจากผลการศึกษาพบว่า โรคซึมเศร้าหรือภาวะเครียดที่เกิดขึ้นเป็นเวลานานจะไปทำให้ระดับคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียดในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อสมองบางส่วนที่เชื่อมโยงกับความทรงจำและการเรียนรู้ โรคซึมเศร้าจึงมีความเกี่ยวเนื่องกับการสูญเสียความทรงจำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคซึมเศร้า จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความจำได้ หรือ การเสพติดโลกออนไลน์มากกว่าโลกความเป็นจริง อาจเป็นอาการหนึ่งที่บ่งบอกถึงโรคซึมเศร้าได้ ในทางกลับกันการใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากเกินไปก็อาจทำให้มีอาการซึมเศร้า ล่าสุดหนุ่มวิศวะคอม ปี 2 ป่วยซึมเศร้ากระหน่ำแทงแม่บังเกิดเกล้าหั่นศพแช่ตู้เย็นก่อนยิงตัวตาย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 25 พ.ย. ขณะที่ ร.ต.อ.นพดล หันภาพ รอง สว.(สอบสวน) สน.ท่าข้าม รับแจ้งมีเหตุฆ่ายัดตู้เย็น ภายในบ้านเลขที่ 17 ซอยท่าข้าม 28 แยก 6 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจฝ่ายสืบสวน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ในตู้เย็นขนาดใหญ่ สูง 2 ชั้น ความจุประมาณ 7.9 คิว ซึ่งวางอยู่บริเวณชั้นล่างตรงทางขึ้นบันไดชั้น 2 พบร่างมนุษย์ถูกฆ่าตายและแยกชิ้นส่วน มีทั้งการนำมาแช่แข็งทั้งอวัยวะโดยไม่มีวัสดุห่อหุ้ม และ นำเก็บใส่ถุงพลาสติกขนาดต่างๆ ยัดไว้ในช่องฟรีซของตู้เย็น ผู้ตายคือ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี เจ้าของบ้าน ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับไฟแนนซ์รถยนต์ ถูกฆ่าและหั่นชิ้นส่วนอวัยวะออกเป็น 5 ส่วน นอกจากนี้ภายในชักโครกห้องน้ำชั้นล่างยังพบอวัยวะเครื่องในอีกหลายชิ้น สำหรับผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆ่าหั่นศพสยองคดีนี้ เชื่อว่านายศิระ สมเดช อายุ 20 ปี ป็นบุตรชายของผู้ตายและเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ซึ่งใช้ปืนขนาด .38 ยิงขมับข้างขวาทะลุซ้าย 1 นัด อาการสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.นครธน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 กล่าวว่า บ้านหลังนี้มีผู้ตายกับบุตรชาย อยู่กันแค่ 2 คน มานาน 3 ปีแล้ว เนื่องจากผู้ตายกับสามีแยกทางกัน จากการสอบถามญาติๆ ที่เดินทางมาดูศพ ทราบว่าบุตรชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าต้องรักษาอาการกับแพทย์มาได้ประมาณ 2 ปี ประกอบกับในบ้านที่เกิดเหตุก็พบยารักษาโรคซึมเศร้า พร้อมด้วยชุดอุปกรณ์มีดทำครัว หลังจากนี้จะส่งกองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์ทำการตรวจสอบ การทำอนันตริยกรรม 4 ประการ คือ มาตุฆาต ปิตุฆาต อรหันตฆาต และโลหิตตุปบาท จัดเป็นสาธารณอนันตริยกรรม คือ เป็นอนันตริยกรรม ที่ทั่วไปแก่บรรพชิตและคฤหัสถ์ส่วนของโทษหนักเบา และลำดับการให้ผลก่อนหลัง ที่สำคัญประชาชนยังคงให้ความสนใจ นับเป็นคดีสะเทือนขวัญกำลังใจของคนในสังคม และการฆ่าที่โหดเหี้ยมร้ายที่สุดส่งท้ายปลายปี 2562 พนอ หลิมไทยงาม ,ภักดี วีระรัตน์/รายงาน