ศาลไม่ให้ประกัน 3 มังกรจีน แก๊งอุ้ม​ ปล้นนาฬิกาหรู “ริชาร์ด มิลล์”

อาชญากรรม30 ก.ค. 2565 • 10:24 น.
ศาลไม่ให้ประกัน 3 มังกรจีน แก๊งอุ้ม​ ปล้นนาฬิกาหรู “ริชาร์ด มิลล์”

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 65ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ได้ยื่นคำร้องฝากขัง นายเหอ จุนฮุย อายุ 37ปี สัญชาติจีน ,นายเทิง เขาเฟิง อายุ 36 ปี สัญชาติจีน และนายเจิ้น จินหยง อายุ 36 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาที่ 1-3 ปล้นนาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อริชาร์ด มิลล์  มูลค่าราคา 25,000,000 บาท โดยแจ้งข้อกล่าวหามีความผิดฐาน “ร่วมกันเอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไป โดยขู่เข็ญ ใช้ กำลังประทุษร้าย หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใดหรือหน่วงเหนี่ยวหรือกังขังบุคคลใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่, ปล้นทรัพย์โดยมี อาวุธ 5 โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การะ ทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้ถูก ข่มขืนใจ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น, ร่วมกันพาอาวุธ ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุอันควร” 

สรุปพฤติการณ์ เมื่อวันที่ 27ก.ค. เวลาประมาณ 14.27น. นายเหอ กับพวก ควบคุมตัว นายหยาง ฮว่า สัญชาติ วานูอาตู เชื้อชาติจีน ผู้เสียหาย ขณะอยู่ที่บริเวณที่จอดรถใต้อาคาร แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยพาตัวควบคุมขึ้นไปบนรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใช้มีดจี้ผู้เสียหายและพูดข่มขู่ให้ โอนเงินจำนวน 2ล้านหยวน คิดเป็นเงินไทยจำนวน 10ล้านบาท แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอมจึง ผู้ต้องหาที่1-2ร่วมกันใช้เทปกาวพันบริเวณศีรษะของผู้เสียหาย จากนั้นพูดจาข่มขู่เพื่อบังคับให้ผู้เสียหายส่งมอบนาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อริชาร์ด มิลล์ รุ่น 65-01  มูลค่าราคา 25ล้านบาท และกุญแจรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ 1ดอก มูลค่า ราคา 500,000 บาท ผู้เสียหายเกิดความกลัวจึงได้ทำการส่งมอบทรัพย์สินให้กับผู้ต้องหาทั้งสามไป จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสามได้ ปล่อยตัวผู้เสียหายลงจากรถ ไว้แถวย่านอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยก่อนที่จะปล่อยตัวผู้เสียหายลงจากรถ ผู้ต้องหา ทั้งสามได้พูดข่มขู่ว่า “ถ้าไม่โอนเงินให้ภายในคืนนี้ ก็จะมาทำการจับตัวผู้เสียหายพร้อมครอบครัวอีกครั้ง” ภายหลังผู้ต้องหาได้ ทำการขับรถเพื่อหลบหนีไป ผู้เสียหายจึงได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสามจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ก.ค. เวลาประมาณ 18.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกัน สืบสวนติดตามพบผู้ต้องหาที่ 3 จึงได้นำภาพดังกล่าวให้ผู้เสียหายดู และให้การยืนยันว่าผู้เสียหายรู้จักกับบุคคลดังกล่าวจริง โดยเป็นบุคคลที่เคยยืมเงินจากผู้เสียหายไปจำนวน 2ล้านบาทและไม่ยอมใช้คืนแก่ผู้เสียหาย และผู้เสียหายเชื่อว่า ผู้ต้องหาที่ 3 เป็นผู้ที่ให้ข้อมูลของผู้เสียหายแก่กลุ่มคนร้าย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ประสานกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บก.ตม. 2 สตม. เพื่อติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาไว้ก่อนในกรณีที่อาจจะนั่งเครื่องบินหลบหนี ออกนอกประเทศ 

จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.20 น. ของวันที่ 28 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้ตรวจสอบพบผู้ต้องหาที่3ได้ผ่านด่าน ตม. ขาออก เพื่อรอ ขึ้นเครื่องบิน จึงได้ประสานกับสายการบินแห่งนึงจากสนามบินสุวรรณภูมิไปประเทศกาตาร์ เครื่องจะออกบินในเวลา 02.30น. จึงได้ประสานสายการบินให้ชะลอการบินไว้ก่อน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ปป.บก.ตม.6 ได้ ร่วมกันขึ้นไปบนเครื่องบินไปเชิญตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดและขอตรวจค้นตัวบุคคลทั้ง 3 คน จนพบนาฬิกาของกลางดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามส่งพนักงานสอบสวน สน. วังทองหลาง เพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

เหตุเกิดที่อาคาร 1 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.

 ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาที่ 1-3  ขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาทุกข้อกล่าวหา 

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง, 310,313(2)(3) ,340วรรคสอง, 340 ตรี, 371 ประกอบมาตรา 83 

พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหามาโดยตลอด จะครบกำหนด ควบคุมตัว 48 ชั่วโมง หากแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากจะต้อง สอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 5 ปาก, รอผลการตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบวัตถุพยานจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง รอผลการตรวจ ลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว ข้างต้น จึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหาไว้ในระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 12 วัน นับแต่วันที่ 30 ก.ค. - 10 ส.ค. 

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุว่า หากผู้ต้องหาทั้งสาม ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว ด้วยเหตุที่เป็นคดีมีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหาเป็นบุคคลต่างด้าวเกรงว่ามีพฤติการณ์จะหลบหนี

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขัง โดยศาลอาญาอนุญาตฝากขังผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 3 คนแล้ว 

ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดรวมกว่า 1 ล้านบาท ขอปล่อยชั่วคราว

โดยศาลอาญา พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว เห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสามเป็นบุคคลต่างด้าวไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร หรือที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ประกอบกับผู้ร้องคัดค้าน กรณีจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสามน่าจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง