"ปวีณา" สานต่อความช่วยเหลือ หลังพบโชเฟอร์แท็กซี่พยายามฆ่าตัวตายต่อหน้าลูกสาว 5 ขวบ และ 9 ขวบ

อาชญากรรม13 ม.ค. 2566 • 14:09 น.
"ปวีณา" สานต่อความช่วยเหลือ หลังพบโชเฟอร์แท็กซี่พยายามฆ่าตัวตายต่อหน้าลูกสาว 5 ขวบ และ 9 ขวบ

"ปวีณา" สานต่อความช่วยเหลือ! หลังพบโชเฟอร์แท็กซี่ตกเป็นข่าวพยายามฆ่าตัวตายต่อหน้าลูกสาว 5 ขวบ และ 9 ขวบ ประชุมร่วม ผกก.สน.เทียนทะเล และหัวหน้าบ้านพักเด็กฯ กรุงเทพ ได้ข้อสรุป หนุ่มแท็กซี่ยินยอมให้ลูกสาว 2 คน อยู่ในความดูแลของ พม. ชั่วคราว ขณะเดียวกัน "ปวีณา" ติดต่อภรรยาแท็กซี่ที่หนีไปได้แล้ว นัดมาเจรจาพร้อมหน้าวันอาทิตย์ที่ 15 ม.ค.นี้ ที่มูลนิธิปวีณาฯ      

วันที่ 13 ม.ค.66 เวลา 10.00 น. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี นายเอ (นามสมมุติ) อาชีพขับรถแท็กซี่ อายุ 42 ปี เข้าพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อชี้แแจงกรณีที่ตนเองตกเป็นข่าวกินน้ำยาล้างห้องน้ำหวังฆ่าตัวตายบนรถแท็กซี่ต่อหน้าลูกสาว 2 คน อายุ 5 ขวบ และ 9 ขวบ ที่นั่งร้องไห้อยู่ในรถ เผยเมื่อวันที่ 4 ม.ค.66 นายเอ เคยเดินทางมาขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือ ภรรยาหนีออกจากบ้านและเคยทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยง นางปวีณาได้ให้ความช่วยเหลือและห่วงเด็กไม่ได้รับการดูแลที่ดี เนื่องจากนายเอมักจะพาลูกทั้ง 2 คน ออกไปขับแท็กซี่ทำงานด้วย มูลนิธิปวีณาฯ ร่วมกับ บ้านพักเด็ก พม.  ตำรวจ สน.เทียนทะเล ดำเนินการช่วยเหลือ และทำข้อบันทึกตกลงว่าพ่อจะไม่พาลูก 2 คน ไปนั่งรถแท็กซี่ยามค่ำคืน เพื่อให้เด็กได้อยู่กับย่าและเรียนหนังสือ แต่ปัจจุบันพบว่านายเอ ยังพาลูกสาว 2 คนนั่งรถไปด้วยตลอด ซึ่งผิดข้อตกลงกับเจ้าหน้าที่ พม. นางปวีณาได้ประสานกับแม่เด็กที่อยู่ต่างจังหวัดให้เดินทางมาเจรจากัน โดยวันนี้นายเอ แจ้งว่าถ้าภรรยากลับมาก็จะไม่เอาเรื่อง  

 

จากนั้นเวลา 15.00 น. นางปวีณา ได้พานายเอ และลูกสาว 2 คน 9 ขวบ กับ 5 ขวบ เดินทางไปที่สน.เทียนทะเล พร้อมประสาน พ.ต.อ.พายัพ สมบูรณ์ ผกก.สน.เทียนทะเล และนางสาวกุลจิรา โฉมไสว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมหาแนวทางช่วยเหลือนายเอกับลูกสาวทั้งสอง ซึ่งนางปวีณา เป็นห่วงเด็กหญิงสองพี่น้องที่ต้องนั่งรถแท็กซี่ไปทำงานกับพ่อในช่วงเย็นๆ จนถึงดึก โดยนายเอ เคยเป็นเคสที่ขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาฯ กรณี ภรรยาหนีออกจากบ้าน ลูกสาวคนโตถูกทำร้าย ให้การช่วยเหลือเมื่อวันที่ 4 ม.ค.66 และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ทำบันทึกข้อตกลงว่าจะให้ลูกอยู่บ้านกับย่าและได้ไปโรงเรียน แต่โชเฟอร์แท็กซี่รายนี้ยังมีความเครียดจึงต้องนำลูกออกนั่งรถตระเวนอยู่ ซึ่งขณะนี้มูลนิธิปวีณาฯได้ติดตามตัวแม่เด็กได้แล้ว

ภายหลังการประชุมได้ข้อสรุปดังนี้ 1.นายเอ ยินยอมให้ลูกสาว 2 คน 9 ขวบ กับ 5 ขวบ อยู่ในความดูแลของ พม. ชั่วคราว 2.วันอาทิตย์ที่ 15 ม.ค. ภรรยานายเอ จะเดินทางมาที่มูลนิธิปวีณาฯ เพื่อเจรจากับนายเอ ก่อนจะไปเยี่ยมลูกๆ ด้วยกัน 3.เจ้าหน้าที่ พม.จะประเมินความพร้อมของนายเอ และภรรยา ก่อนที่จะให้ลูกกลับไปอยู่ในความดูแลของพ่อแม่ต่อไป.   

นายเอ ชี้แจงหลังตกเป็นข่าวพยายามฆ่าตัวตายว่า วันเกิดเหตุ 11 ม.ค. ตนออกไปขับรถแท็กซี่ตามปกติ โดยมีลูกสาวทั้ง 2 คน นั่งรถไปด้วย ระหว่างที่จอดพักรถตนกินน้ำโกโก้ที่ลูกสาวซื้อมาก่อนจะสำลักและเผลอหลับไป มารู้ตัวอีกทีตอนอยู่ที่โรงพยาบาล ตอนนั้นก็อาการปกติจึงเดินทางกลับบ้าน ส่วนขวดน้ำยาล้างห้องน้ำมีอยู่ในรถจริง แต่น้ำในขวดไม่ใช่น้ำยาล้างห้องน้ำ แต่เป็นน้ำยาเช็ดกระจกรถ จนเช้าวันที่ 12 ม.ค. ตนได้เห็นข่าวโชเฟอร์แท็กซี่กินน้ำยาล้างห้องน้ำฆ่าตัวตาย ตนเองก็งงว่าไปฆ่าตัวตายตอนไหน และยังถูกสังคมตำหนิด้วยว่าพาลูกสาวทั้ง 2 คนไปฆ่าตัวตาย 

นายเอ กล่าวว่า เคยเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา แจ้งว่า ต้องการดำเนินคดีกับนางเอ๋ (นามสมมุติ) ภรรยาที่อยู่กินกันมา 8 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน อายุ 5 ขวบ กับ 3 ขวบ และตนมีลูกติดจากภรรยาคนเก่าอีก 1 คน เป็นลูกสาวคนโตอายุ 9 ขวบ เหตุเพราะนางเอ๋ ได้หนีออกจากบ้านไปตั้งแต่เดือน พ.ย.65 หลังมีปากเสียกับตน และยังตามหาตัวไม่พบ หลังนางเอ๋ออกจากบ้านไป ลูกสาว 9 ขวบได้บอกกับตนว่าถูกแม่เลี้ยงทุบตีเป็นประจำ บางครั้งก็ใช้หมอนปิดหน้าอุดปากจนแทบหายใจไม่ออก และใช้เท้าเหยียบหน้า 

นายเอ กล่าวอีกว่า หลังภรรยาหนีไปตนต้องพาลูกสาว 2 คน 9 ขวบ กับ 5 ขวบ นั่งรถแท็กซี่ไปด้วยตลอดเวลา เพราะเด็กบอกว่าไม่อยากอยู่กับย่าที่บ้าน ซึ่งย่าเป็นคนขี้บ่น ซึ่งลูกค้าที่ใช้บริการรถแท็กซี่บางคนก็มองแปลกๆ บางคนก็เข้าใจ ตนต้องการดำเนินคดีกับนางเอ๋ที่ทำร้ายลูกสาวของตน ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยด้วย 
      
หลังรับเรื่อง วันที่ 4 ม.ค.65 นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.พายัพ สมบูรณ์ ผกก.สน.เทียนทะเล ก่อนจะมอบหมายเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พานายเอ ไปสอบปากคำ ขณะเดียวกันนางปวีณา เป็นห่วงสวัสดิภาพหนูน้อยทั้งสองคนที่ต้องนั่งรถแท็กซี่ไปกับพ่อตลอดเวลาและเด็กๆ จะต้องได้เรียนหนังสือ นางปวีณาจึงได้ประสาน นางสาวกุลจิรา โฉมไสว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร เดินทางไปพบกับนายเอที่ สน.เทียนทะเล จะลงพื้นที่เยี่ยมบ้านพร้อมอธิบายเรื่องการเลี้ยงดูลูกให้เหมาะสม จากนั้นทางบ้านพักเด็กฯ กรุงเทพ ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับนายเอ ที่ สน.เทียนทะเล ว่าจะไม่พาลูกๆ ออกไปวิ่งรถแท็กซี่อีก โดยให้เด็กๆ อยู่ในความดูแลของย่าและต้องได้เรียนหนังสือ ซึ่งนายเอก็ได้เซ็นยินยอมตามข้อตกลงดังกล่าว     

ทั้งนี้หลังปรากฏเป็นข่าวโชเฟอร์แท็กซี่กินน้ำยาล้างห้องน้ำฆ่าตัวตายต่อหน้าลูกสาว 2 คน นางปวีณา มีความห่วงใจ นายเอ และลูกๆ วันนี้ 13 ม.ค.66 เวลา 15.00 น. จึงได้ประสาน พ.ต.อ.พายัพ สมบูรณ์ ผกก.สน.เทียนทะเล  และนางสาวกุลจิรา โฉมไสว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าประชุมที่สน.เทียนทะเล หาแนวทางช่วยเหลือเด็กทั้ง 3 คน โดยด่วน พร้อมตามแม่เด็กมาเจรจาตกลงในการดูแลเด็กต่อไป.