กองปราบจับ1ผตห.ปล้นทรัพย์หนีคดีมา6ปี

อาชญากรรม4 ก.พ. 2564 • 02:47 น.
กองปราบจับ1ผตห.ปล้นทรัพย์หนีคดีมา6ปี
เมื่อวันที่ 4 ก.พ.64 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.บก.ป. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส พ.ต.ท.กรกช ยงยืน, พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก, พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.พิเชต ชมมณฑา สว.กก.2บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายวิษณุ อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 526/2558 ลงวันที่ 4 ก.ย.58 ในข้อกล่าวหา “ปล้นทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน” ได้ที่หน้าบ้านซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 2558 นางสาวเอ (ผู้เสียหาย) ได้พักอาศัยอยู่บ้านพักย่านบางบัวทอง โดยพักอาศัยอยู่เพียงคนเดียว ซึ่งในวันเกิดเหตุ ขณะนั้นผู้เสียหายได้เดินทางกลับมาที่บ้านพัก หลังจากเดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านนนทบุรี เมื่อมาถึงบ้านพักพบว่าประตูบ้านถูกงัดภายในห้องพักทรัพย์สินถูกรื้อค้น และพบคนร้ายสองคนคือนายวิษณุ และนายกิตติพงศ์ ซึ่งผู้เสียหายจำได้ว่าเป็นเพื่อนที่เคยเที่ยวสถานบันเทิงด้วยกัน โดยคนร้ายทั้งสองได้เข้ามาล็อกตัวผู้เสียหาย และใช้ผ้าปิดตาถามหาของมีค่าภายในบ้าน แต่ผู้เสียหายตอบกลับไปว่าไม่มีของมีค่าแต่อย่างใด ทางคนร้ายจึงได้อุ้มผู้เสียหายขึ้นรถของคนร้ายที่เตรียมไว้ โดยขณะอยู่บนรถคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนตบที่ศีรษะของผู้เสียหายและกระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายไป ก่อนจะจอดรถและปล่อยให้ผู้เสียหายลงจากรถและหลบหนีไป หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาล จ.นนทบุรี จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม สืบสวนจนทราบว่า นายวิษณุ ได้หลบหนีมาอาศัยอยู่บริเวณ ซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหาจึงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง ดำเนินคดี จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเร่งติดตามจับกุมตัว นายกิตติพงศ์ ผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว