บุกรวบอดีตผู้จัดการแบงค์สุดแสบร่วมกับพวกหลอกลงทุนธุรกิจอัญมณี เสียหายกว่า 25 ล้าน

อาชญากรรม11 ก.พ. 2566 • 18:58 น.
บุกรวบอดีตผู้จัดการแบงค์สุดแสบร่วมกับพวกหลอกลงทุนธุรกิจอัญมณี เสียหายกว่า 25 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า กองบัญชาการตารวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ภายใต้การอานวยการ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. , พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์ , พ.ต.อ.อภิชน เจริญผล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. , พ.ต.ท.กริช วรทัต ,พ.ต.ท.ภูวเดช จุลกะเสวี รอง ผกก.5 บก.ปอศ. นำโดย พ.ต.ท.ประดิษฐ์ สุวรรณดี , พ.ต.ท.จรัส แก้วสง่า , พ.ต.ต.วรวุฒิ คงรักษา พ.ต.ต.สุทธิ พงษ์ จันทพันธ์ สว.กก.5 บก.ปอศ., พร้อมกาลังข้าราชการตารวจกองกากับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการ กระทาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศษฐกิจ

สำหรับรายละเอียดผู้ต้องหา 1. นายนพพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 407/2566 ในความผิด ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, เป็นพนักงานของสถาบันการเงินซึ่งกระทาการหรือไม่กระทาการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิ ควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นอันเป็นการเสียหายแก่สถาบันการเงิน”
2. นายสุรศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 408/2566 3. นางกันต์ชนา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 409/2566 ผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันสนับสนุนพนักงานของสถาบันการเงินซึ่ง กระทาการหรือไม่กระทาการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นอันเป็น การเสียหายแก่สถาบันการเงิน” สถานที่จับกุม บ้านเลขที่ 12/1 หมู่ 13 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี และ หน้าห้องพักเลขที่ 212 โรงแรม มีน บูติค โฮเทล ถ.ญาณวิโรจน์ ต.เกาะขวาง อ.เมือง จ.จันทบุรี

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน สิงหาคม 2565 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงาน สอบสวน กองกากับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรณีถูกนาย นพพร ซึ่งเป็นอดีตผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง ได้รู้จักมักคุ้นตอนทำธุรกรรมกับทางธนาคาร โดยนายนพพร ได้อ้างว่าตนได้ดูแลพอร์ตลงทุนให้คนอื่นเป็นจานวนกว่าร้อยล้านบาท สามารถทากาไรได้ดีมี ผลตอบแทนสูง และได้ชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนเกี่ยวกับเพชรพลอย โดยอ้างว่าตนนั้นรู้จักกับครอบครัวหนึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับเพชรพลอยมาแล้ว 40-50 ปี จากนั้นได้พาผู้ต้องหาที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทาความผิด ในคดีนี้มาทาความรู้จักกับผู้เสียหาย และมีการร่วมลงทุน จำนวน 30 ครั้ง รวมยอดเงินรวมเป็นเงินทั้งสิ้น กว่า 24,628,700 บาท หลังจากนั้นผู้เสียหายเกิดความสงสัยเกี่ยวกับเพชรพลอย ว่าเป็นของแท้หรือไม่ จึงได้ส่งไปตรวจที่กรมทรัพยากรธรณี ผลปรากฏว่าเป็นของปลอม จึงได้ทราบความจริงว่าถูกหลอกลวงและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงาน สอบสวน กก . 5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดี กับผู้ต้องหา

ต่อมาพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้ทาสอบสวนจนทราบตัวผู้กระทำความผิดและรวบรวมพยานหลักฐานจนขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสามรายนี้
จนกระทั่งวันนี้ (10 ก.พ.66) พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตารวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ทาสืบสวน เพื่อจับกุมผู้ต้องหาและได้นำหมายค้นเข้าทาการตรวจค้นและจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งสามรายโดยผู้ต้องทั้งหมด ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.เพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

ด้านพ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. กล่าวว่าในคดีนี้ผู้ก่อเหตุมีตำแหน่งเป็นอดีตผู้จัดการ ธนาคาร จึงอาศัยความคุ้นเคยและความน่าเชื่อถือ ชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนในธุรกิจค้าขายอัญมณี โดยแอบ อ้างธนาคารที่ตนทำงาน โดยจากการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานชัดเจน ซึ่งหลังจากนี้จะได้ดาเนินคดีตาม กฎหมายต่อไป

ท้ายที่สุดนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนธุรกิจต่างๆ ที่มีการอ้างว่าได้รับผลตอบแทนสูงและต้องใช้เงินลงทุนจานวนมาก ถึงแม้ว่าผู้ที่ชักชวนจะเป็นผู้ที่มีความ น่าเชื่อถือก็ตาม และควรศึกษาข้อมูลก่อนร่วมลงทุน กรณีมีเบาะแสเกี่ยวกับบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้โดยตรงที่ กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง Website : https://cib.go.th/ หรือ Facebook ตํารวจสอบสวนกลําง เพื่อนาไปสู่การจับกุมผู้กระทาผิดต่อไป