ถกมาตรการป้องกันไวรัสโคโรน่า COVID-19 บุกศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7
วันที่ 23 พ.ย.64 พล.ต.ต.อาทิชา เปาอินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 /โฆษกตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวถึงกรณีตำรวจภูธรภาค 7 ได้ประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 22 พ.ย.64 เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ในศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 ว่า
ตำรวจภูธรภาค 7 ขอชี้แจงเพิ่มเติมให้ทราบว่า วันที่ 23 พ.ย.64 พล.ต.ต.ปรีดา อิ่มเจริญ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 , รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี และ ผอ.รพ.ปากท่อ ได้เชิญผู้ปกครองของนักเรียนนายสิบตำรวจ ประมาณ 50 คน มาพูดคุยชี้แจง แนวทางการปฏิบัติ จึงขอประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบ ดังนี้
1. ศฝร.ภ.7 และ รพ.ปากท่อ มีมาตรการในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (COVID-19) เพิ่มเติม โดยจะทำการตรวจหาเชื้อระบบ RT-PCR นสต. เป็นระยะ ปัจจุบันพบ นสต.ติดเชื้อรวม 199 นาย (เพิ่มขึ้นจากเดิม 20 นาย) ซึ่งอาจจะพบตัวเลขยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวันไปตามระยะฟักตัวของโรคโดยทีมแพทย์จะเข้าดำเนินการตรวจเอกซเรย์ปอดของผู้ที่ติดเชื้อแล้ว เพื่อติดตามประเมินอาการอย่างใกล้ชิด,2. สำหรับมาตรการการรักษาและป้องกัน ขณะนี้ทีมแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมบูรณาการบริหารจัดการ โดยได้คัดแยกกลุ่มผู้ติดเชื้อ จัดทำประวัติเวชระเบียนรายบุคคล จัดทีมสาธารณสุขให้คำแนะนำมีการรายงานอาการ และประเมินเป็นระยะ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนการรักษา กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ หรืออาการเล็กน้อย (กลุ่มสีเขียว) จัดสถานเพื่อกักกันโรค สังเกตอาการกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และกลุ่มที่มีอาการปานกลาง (กลุ่มสีเหลือง) ทำการรักษาที่ รพ.ปากท่อ หรือส่งต่อ รพ.ราชบุรี ซึ่งการดำเนินการนี้ เป็นไปตามมาตรการควบคุมของสาธารณสุข,3. ปัจจุบันมี นสต.ที่ติดเชื้อจำนวน 9 ราย เข้าไปรับรักษาที่ รพ.ปากท่อ สำหรับผู้ติดเชื้อ ที่ยังอยู่ใน ศฝร.ภ.7 นั้น มีการตรวจเฝ้าดูอาการ และมีการจัดอาหารและน้ำดื่มไว้อย่างเพียงพอ ,4. จะมีการพิจารณายกระดับ ศฝร.ภ.7 จากพื้นที่ศูนย์พักคอยขึ้นเป็น รพ.สนาม ซึ่งจะมีการเพิ่มจำนวนบุคลากร วัสดุ อุปกรณ์และยารักษาโรคไปตามระดับมาตรฐาน,5. กรณีผู้ปกครองมีความประสงค์ที่จะขอรับ นสต. ไปทำการรักษาหรือแยกกักตัวเอง ยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากพื้นที่นี้ถูกกำหนดเป็นสถานที่ห้ามเคลื่อนย้ายเพราะเชื้ออาจอยู่ในระยะฟักตัวและอาจไปแพร่ระบาดในพื้นที่อื่น การดูแลรักษานั้นอยู่ภายใต้มาตรการของ ศบค.จว.ราชบุรี จึงขอให้มั่นใจในบุคลากรทางการแพทย์ ของ รพ.ปากท่อ และ สสจ.ราชบุรี ,6. ศฝร.ภ.7 ได้จัดระบบการใช้โทรศัพท์ติดต่อระหว่าง นสต.กับญาติผู้ปกครองไว้แล้ว แต่กำหนดให้ใช้เป็นวงรอบเพื่อจำกัดระยะห่างและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการติดต่อสื่อสาร จะมีการตั้งกลุ่มไลน์เพิ่มขึ้น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ปกครองของ นสต. ที่ยืนยันว่าติดเชื้อแล้ว และกลุ่มผู้ปกครองของ นสต. ที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยมี พ.ต.ต.บุญส่ง สุขเหมือน ผบ.ร้อย (สบ 2) ปค.ศฝร.ภ.7 โทรศัพท์ 08 3773 3554 เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานกับผู้ปกครอง ซึ่งจะมีการส่งข้อมูลข่าวสารอาการป่วยและการรักษาเป็นการเฉพาะรายให้ทราบกับผู้ปกครองโดยตรง เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่สามารถเปิดเผยเป็นการทั่วไปได้ ,7. ผู้ปกครองสามารถส่งยารักษาโรค หรือสิ่งของให้กับ นสต. ได้ กรณีที่เป็นยารักษาโรค หรือสมุนไพรทางเลือกนั้น จะขอให้ทาง สสจ. และ รพ.ปากท่อ วินิจฉัยก่อน ส่วนสิ่งของต่าง ๆ จะมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยให้มีการระบุถึงชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครอง และ ชื่อสกุล เลขที่กองร้อยไว้ที่หีบห่อด้วย ที่บริเวณป้อมยามรักษาการณ์ของ ศฝร.ภ.7 ,8. มาตรการอื่น ๆ ที่จะดำเนินการต่อไปนั้น ขณะนี้อยู่ในกระบวนการสอบสวนโรค เพื่อค้นหาสาเหตุที่มาแห่งการแพร่ระบาดซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลา จึงขอให้ผู้ปกครองมั่นใจและให้โอกาสทีมเจ้าหน้าที่ดำเนินการ เมื่อทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้วก็จะกำหนดมาตรการป้องกันโรคเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ก่อนแล้วซึ่งขอเรียนว่าการจัดฝึกอบรมของ ศฝร.ภ.7 อยู่ภายใต้มาตรการของ ศบค.จ.ราชบุรี มาโดยตลอด การดำเนินการฝึกอบรมจะยังคงดำเนินอยู่ต่อไปตามกรอบระยะเวลาของหลักสูตร เพื่อผลิตลูกหลานของทุกท่านไปทำหน้าที่เป็นตำรวจของประเทศชาติต่อไป
เพื่อให้ผู้ปกครองได้ทราบถึงบรรยากาศความเป็นอยู่ไว้เป็นระยะที่ช่องทาง www.trainingcenter.police.go.th หรือ Facebook ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ พ.ต.ท.มหาชัย สกุลกิจไพบูลย์ อาจารย์ (สบ 3) กลุ่มกลุ่มอาจารย์ โทร. 09 6264 9191 และ พ.ต.ต.หญิง รวีวรรณ สิบแอง อาจารย์ (สบ 2) กลุ่มกลุ่มอาจารย์ โทร. 08 4570 2003