เหยื่อครึ่งร้อยรวมตัวร้องกองปราบเอาผิดร้านทองดังตุ๋นลงทุนออมทองสูญเงินร่วม 700 ล้าน

อาชญากรรม22 ธ.ค. 2565 • 07:30 น.
เหยื่อครึ่งร้อยรวมตัวร้องกองปราบเอาผิดร้านทองดังตุ๋นลงทุนออมทองสูญเงินร่วม 700 ล้าน

เหยื่อครึ่งร้อยรวมตัวร้องกองปราบ เอาผิดร้านทองดัง ตุ๋นลงทุนออมทอง แฉพฤติกรรมแสบดึงนางงามดังร่วมโปรโมทร้าน สร้างความเชื่อถือ เหยื่อหลงเชื่อสูญเงินร่วม 700 ล้าน

วันที่ 22 ธ.ค.65 เวลา 11.30 น.ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กลุ่มผู้เสียหายกว่า 50 คน เดินทางเข้า พ.ต.อ.มิ่งมนตรี ศิริพงษ์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. เพื่อแจ้งเอาผิด เจ้าของร้านทองชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สระบุรี หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุนและเป็นตัวแทนหาผู้มาร่วมลงทุนออมทองผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนเชิดเงินหนี เสียหายรวมกว่า 700 ล้านบาท 

น.ส.เจ (นามสมมุติ) หนึ่งในกลุ่มตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวว่า ได้พบเห็นเพจเฟซบุ๊ก “เฟื่อง โกลด์ ดัง ออมทอง ขายทองออนไลน์” และ เฟซบุ๊ก “Watsamon Thonkhiew” โพสต์โฆษณาชักชวนให้นำเงินมาร่วมลงทุนออมทองอ้างได้ค่าตอบแทนสูง อาทิ ลงทุนระยะสั้น 23,000 บาท ครบ 1 เดือน จะได้รับทองคำหนัก 1 บาท นอกจากนี้ยังมีการชักชวนให้เป็นตัวแทนหาสมาชิกมาร่วมลงทุน โดยจะได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าตอบแทน 300 บาท ต่อการลงทุนทองคำ 1 บาท ช่วงแรกเห็นว่า ได้รับทองคำ หรือ ค่าตอบแทนจริง ประกอบกับเห็นว่ามีที่ตั้งร้านทอง หรือ หน้าร้าน อยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สระบุรี จริง รวมถึงเคยมีการเชิญนางงามชื่อดัง มาร่วมงานโปรโมทร้าน ดูน่าเชื่อถือ

ดังนั้นจึงมีผู้หลงเชื่อชักชวนคนรู้จักมาร่วมลงทุนกันเป็นจำนวนมากรวมเป็นเงินรวมกว่า 700 ล้านบาท กระทั่งประมาณต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา  กลับเริ่มไม่จ่ายเงินค่าตอบแทน รวมถึงส่งมอบทองคำให้กับผู้ลงทุน จึงพยายามสอบถามแต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยง ก่อนจะนัดหมายคืนเงินลงทุนให้ภายในวันนี้ แต่สุดท้ายกลับเงียบหายไม่สามารถติดต่อได้ จึงตัดสินใจรวมตัวกันมาเข้าแจ้งความกับทางกองปราบในวันนี้

ด้าน น.ส.โบว์ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนจัดหาสมาชิก มีลูกข่ายประมาณ 3-4 ร้อยราย ยอดเงินลงทุนรวมกว่า 55 ล้านบาท ซึ่งการกระทำของเจ้าของร้านทองดังกล่าว สร้างความเสียหายให้กับตนเองเป็นอย่างมาก ในวันนี้จึงเดินทางมาเข้าพบตำรวจพร้อมกับผู้เสียหายเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทั้งนี้อยากฝากถึงเจ้าของร้านทอง หรือ เจ้าของเพจว่า ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจะดีกว่า ไม่ใช่หนีหายขาดการติดต่อไปแบบนี้ 

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหาย ก่อนส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป