เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ปิดทาง “มาดามแป้ง” ฟ้องไล่เบี้ย “สมยศ”

อาชญากรรม14 มี.ค. 2568 • 18:45 น.
เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ปิดทาง “มาดามแป้ง” ฟ้องไล่เบี้ย “สมยศ”

เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ปิดทาง “มาดามแป้ง” ฟ้องไล่เบี้ย “สมยศ”

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 ภายหลังสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีมติอนุมัติการฟ้องไล่เบี้ย อดีตนายกสมาคมฯ และ ผู้บริหารชุดเดิม จากคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีระหว่าง บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ฟ้อง สมาคมฯ ซึ่งศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษา ออกมาเรียบร้อย เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 ให้ สมาคมฯ จ่ายค่าเสียหายให้แก่ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) จำนวน 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแพ่ง เปิดเผยว่า จากการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 5053 – 5054 / 2567 ซึ่งระบุถึงผู้รับผิดในคดี ศาลฎีกามีข้อวินิจฉัยไว้แล้ว โอกาสที่สมาคมจะฟ้องไล่เบี้ยจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตนายกสมาคมฯ และสภากรรมการ แทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะในคำพิพากษาศาลฎีการะบุไว้ชัดว่า “โจทก์คือบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด ( มหาชน ) ได้ฎีกาในประเด็นว่าให้ จำเลยที่ 2 -19 ( พล.ต.อ.สมยศ และสภากรรมการ ) ร่วมรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 19 ในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 1 และส่วนตัวต้องร่วมรับผิดด้วย ซึ่งปัญหานี้ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยว่า การลงมติของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 19 เป็นการกระทำในขอบอำนาจหน้าที่ ทั้งไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 19 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 87 กำหนดว่า คณะกรรมการของสมาคมเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 19 ซึ่งเป็นคณะกรรมการของจำเลยที่ 1 อันเป็นนิติบุคคลในรูปแบบของสมาคม ได้ดำเนินการในคดีนี้ในฐานะส่วนตัวด้วย จำเลยที่ 2 ถึงที่ 19 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ในปัญหานี้ฟังไม่ขึ้น” 

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า จากคำพิพากษานี้เท่ากับว่าโจทก์หรือสยามสปอร์ต ขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นการรับผิด ในส่วนอดีตนายกสมาคมฯและสภากรรมการเป็นการเฉพาะ และศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วว่าไม่ต้องรับผิด ดังนั้นการที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะไปฟ้องไล่เบี้ยให้รับผิดอีกก็ขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลฎีกา

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแพ่ง กล่าวด้วยว่า ในการฟ้องไล่เบี้ยกับผู้ใดได้จำเลยต้องชำระค่าเสียหายแก่โจทก์จนครบเสียก่อน