ป.ป.ช.เช็กบิลอดีต"เลขาฯสกสค." อนุมัติเงินกองทุน"ชพค."มิชอบ

อาชญากรรม17 มิ.ย. 2564 • 00:10 น.
ป.ป.ช.เช็กบิลอดีต"เลขาฯสกสค." อนุมัติเงินกองทุน"ชพค."มิชอบ
"ป.ป.ช."ชี้มูล"เกษม กลั่นยิ่ง"อดีตเลขาฯสกสค. และอดีตประธานช.พ.ค. รวม 2 กระทง ฐานแก้ระเบียบเอื้อตัวเอง กรณีเซ็นอนุมัตินำเงินกองทุน"ช.พ.ค." 500 ล้าน ไปซื้อตั๋วสัญญาให้เอกชนมิชอบ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.64 รายข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า กรณี นายเกษม กลั่นยิ่ง ขณะดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ปรับปรุงแก้ไขระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 2 ครั้ง เพื่อแก้ไขการดำรงตำแหน่งของประธานคณะกรรมการกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จากวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ให้เป็น 6 ปี โดยมีเจตนาเพื่อรองรับกรณีที่ตนเองจะพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. ให้เป็นประธาน ช.พ.ค. โดยที่ไม่ให้เหตุผลรายละเอียดในการขยายเวลาดังกล่าว มีเจตนาชัดเจนในการเอื้อตนเองไปเป็นประธาน จึงมีมติชี้มูลความผิดนายเกษม ตามมาตรา 4 มาตรา 8 มาตรา 11 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และกระทำความผิดต่อตำแหน่ง ตามมาตรา 123/1 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 โดยหลังจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งเรื่องไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังมีมติชี้มูลนายเกษมเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธาน ช.พ.ค.เมื่อปี 2546 กรณีเซ็นอนุมัตินำเงินกองทุน ช.พ.ค. 500 ล้านบาท ไปซื้อตั๋วสัญญาจากบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปดำเนินการร่วมทุน โดยจากหลักฐานพบว่ามีการโอนเงินให้บริษัทก่อนทั้งที่บริษัทยังไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเป็นการดำเนินการภายหลังกรรมการกองทุน ช.พ.ค.อนุมัติซื้อตั๋วสัญญาดังกล่าว และต่อมายังมีหลักฐานพบว่าเพิกถอนตั๋วสัญญาใช้เงินมาสั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คให้กับกรรมการกองทุน ช.พ.ค. โดยมีความผิดตามมาตรา 4 มาตรา 8 มาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และตามมาตรา 123/1 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561