ทนายเดชาเตรียมหลักฐานสู่คดี "แอม" ยื่นฟ้อง"รพี"หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
ทนายเดชา เตรียมหลักฐานสู่คดี "แอม" ยื่นฟ้อง "รพี" หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มั่นใจไม่น่ามีปัญหา เผยนี้คือครั้งแรกที่ทนายกลายเป็นผู้ต้องหาเสียเอง ลั่น!รับทําคดีแอม ไปเลี้ยงควายดีกว่า
วันที่ 1 มิ.ย. 66 นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อคดีแอม ไซยาไนด์ พร้อมด้วยนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา เดินทางมายังศาลอาญา ถ.รัชดา ภายหลังศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่นางสรารัตน์ หรือแอม มอบอำนาจให้ทนายธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ยื่นฟ้องนายรพี ในข้อหา "หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา"
ทนายเดชา กล่าวว่า คดีนี้เป็นการฟ้องนายรพี ภายหลังไปออกรายการทีวีชื่อดังและมีการพูดว่า "หลอกตํารวจ โกหก จนตํารวจหัวปั่น" โดยในวันนี้ได้เตรียมหลักฐานทั้งคลิปวีดีโอ ภาพ และรายงานตํารวจของกองบังคับการปราบปรามและตํารวจภูธรภาค 7 ครบถ้วน เพื่อแสดงต่อศาลว่าสิ่งที่ฝ่ายคู่กรณีบอกว่าโกหกนั้นเป็นความจริงและเป็นประโยชน์แก่ประชาชน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้มีการตรวจสํานวนปรากฎว่าทนายฝ่ายโจทก์มีการยื่นคําร้องเรื่องของพยานบุคคลและพยานวัตถุรวมถึงขอเบิกตัวแอมจากเรือนจํา แต่ศาลยกคําร้องทั้งหมด
ด้านนายรพี กล่าวว่า สิ่งที่ตนพูดนั้นล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน จนทําให้ญาติของเหยื่อหลายรายออกมาให้ข้อมูลกันจนนํามาสู่การออกหมายจับแอมเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา และส่วนตัวรู้สึกเสียใจที่ทนายความซึ่งเป็นผู้รู้เรื่องกฎหมายแต่กลับไม่แนะนําหรืออธิบายสิ่งที่ถูกต้องให้กับลูกความ ส่วนการพิจารณาในวันนี้ขอให้เป็นดุลยพินิจของศาล
โดยนายรพี ยืนยันว่าจะฟ้องกลับแน่นอนหากวันนี้ศาลเมตตามองว่าตนนั้นไม่ผิด และขอยืนยันด้วยว่าสิ่งที่ตนทําไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่ในตอนนี้ทางฝั่งคู่กรณีมีการขู่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ตํารวจ สื่อต่างๆ รวมถึงขู่จะฟ้องญาติของผู้เสียชีวิต แทนที่จะแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนเองนั้นรับไม่ได้
นอกจากนี้นายรพี กล่าวด้วยว่าหากได้เจอแอม อยากถามว่าทําไมไม่เชื่อตนตั้งแต่วันแรก ที่บอกให้พูดความจริง และจะได้แก้ไขปัญหาได้ถูกต้อง หากเจอทนายความอยากบอกว่าสิ่งที่ทนายควรทําคือต้องมีจริยธรรม คุณธรรม และจรรยาบรรณมากกว่านี้
อย่างไรก็ตามทนายเดชา ยืนยันว่าคดีนี้ไม่น่ามีปัญหา พร้อมกล่าวด้วยว่าตั้งแต่ที่ตนเป็นทนายมา มีน้อยมากหรือเรียกว่านี้เป็นคดีแรกก็ย่อมได้ ที่ทนายความกลายมาเป็นผู้ต้องหาเสียเอง เพราะโดยทั่วไป ทนายความนั้นจะไม่ไปทําอะไรที่ผิดเพราะจะตกเป็นผู้ต้องหาไปด้วย และจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ เพราะศาลจะมองว่าเป็นการช่วยลูกความในทางที่ถูกต้องหรือไม่
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากให้ทนายเดชารับทําคดีแอม จะรับทําหรือไม่ ทนายเดชาตอบกลับทันทีว่า "ไปเลี้ยงควายดีกว่า" เพราะคดีดังกล่าวพยานหลักฐานชัดเจนอยู่แล้วไม่รับทําให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน