กองปราบโชว์จับ'หนุ่ม'หลอก'ซื้อทองคำ'200 บ.เหยื่อสูญเงิน 5 ล.

อาชญากรรม8 พ.ค. 2564 • 07:58 น.
กองปราบโชว์จับ'หนุ่ม'หลอก'ซื้อทองคำ'200 บ.เหยื่อสูญเงิน 5 ล.
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 64 พล.ต.ต.จิระภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. ร.ต.อ.เลอสันต์ พรมชื่น, ร.ต.อ.นภชลัน เกิดเอี่ยม รอง สว.กก.1 บก.ป. ร.ต.อ.อรรถพล ฤทธิ์วัฒนะพงศ์ รอง สว.ฝอ.บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.1 บก.ป. ร่วมกันจับกุมนายวศิน (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 701/2564 ลงวันที่ 5 พ.ค.64 ในข้อหาว่า ฉ้อโกงทรัพย์ ได้ที่ริมถนนหมายเลข 7 มอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 เม.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายว่า เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมีคนร้ายติดต่อมายังบริษัทของผู้เสียหายผ่านช่องทางอีเมล์ โดยติดต่อมาซื้อทองคำแท่ง ต้องการซื้อทองคำแท่ง น้ำหนักแท่งละ 5 บาท จำนวน 10 แท่ง และทองคำแท่ง น้ำหนักแท่งละ 1 บาท จำนวน 150 แท่ง รวมน้ำหนักทองคำทั้งสิ้น 200 บาท มูลค่ารวมเป็นเงินจำนวน 5,285,515 บาท โดยคนร้ายได้ให้หมายเลขโทรศัพท์มือถือสำหรับติดต่อซื้อขายทองคำไว้กับบริษัทผู้เสียหาย หลังจากนั้นพนักงานฝ่ายการตลาดของบริษัทผู้เสียหาย จึงได้ติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ตามที่คนร้ายได้ให้ไว้ โดยมีผู้รับสายชื่อนายพิเชษฐ์ อ้างว่า ต้องการซื้อทองคำแท่งดังกล่าวไปแจกลูกค้า และขอซื้อในนามบุคคลธรรมดา ต่อมาคนร้ายได้ส่งรูปภาพใบนำฝากเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุฝากเงินเข้าบัญชีบริษัทผู้เสียหายเป็นจำนวนเงิน 5 ล้านกว่าบาท ซึ่งเป็นเงินค่าทองคำแท่งที่คนร้ายตกลงซื้อขายกับบริษัทผู้เสียหาย โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทผู้เสียหายตรวจสอบเอกสารแล้วพบว่า มียอดเงินดังกล่าวเข้ามายังบัญชีบริษัทจริง จึงได้แจ้งให้ทางบริษัทจัดส่งทองคำแท่งให้กับคนร้าย กระทั่งวันที่ 30 เม.ย. บริษัทผู้เสียหายได้ทำการตรวจสอบยอดเงินค่าทองคำแท่งอีกครั้งกลับพบว่า ไม่มียอด เงินอยู่ในบัญชีของบริษัท เมื่อตรวจสอบไปทางธนาคารพบว่า ยอดเงินไม่ได้เป็นการฝากเงินสดเข้าบัญชีตามใบนำฝากเงินที่คนร้ายส่งมาให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายตรวจสอบแต่อย่างใด เป็นเพียงการฝากเงินโดยใช้เช็คธนาคารออมสินทำรายการฝาก และเช็คได้ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากบัญชีปิดแล้ว บริษัท จึงได้ตรวจสอบใบนำฝากเงินที่คนร้ายส่งมาให้อีกครั้งโดยละเอียดพบว่า ใบนำฝากเงินมีการปลอมแปลงเพื่อนำมาแสดงต่อบริษัทผู้เสียหายเป็นเหตุให้บริษัทผู้เสียหายหลงเชื่อว่ามีเงินเข้าบัญชีจริง เมื่อบริษัทผู้เสียหายทราบจึงได้มาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ให้ช่วยสืบสวนจับกุมตัวมาดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนจนทราบถิ่นที่อยู่และระบุตัวคนร้าย คือนายวศิน (ผู้ต้องหา) จึงได้สืบสวนติดตามจับกุมจนทราบว่า ผู้ต้องหากำลังเดินทางด้วยรถยนต์ บนถนนหมายเลข 7 มอเตอร์เวย์ สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี หลักกิโลเมตรที่ 46+300 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงลงพื้นที่ติดตามจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด จากนั้นเจ้าหน้าที่ จึงได้นำหมายค้นศาลจังหวัดชลบุรี เข้าทำการตรวจค้นที่พักอาศัยของนายวศิน ที่โครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขต อ.เมือง จ.ชลบุรี เพื่อตรวจยึดของกลางและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด นำส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ดำเนินคดีต่อไป ตรวจสอบประวัติพบว่ามีหมายจับ 5 หมายจับ 1. หมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ จ.930/2559 ลง10 พ.ย.59 ในข้อหา ฉ้อโกง 2. หมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.532/2563 ลง 21 ส.ค. 63 ในข้อหาว่า ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น 3.หมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ จ.222/2563 ลง 29 มิ.ย. 63 ในข้อหาว่า ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารราชการปลอม และปลอมและใช้เอกสารปลอม 4. หมายจับศาลแขวงชลบุรี ที่ จ.157/2563 ลง 15 ก.ย. 63 ในข้อหาว่า ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยเจตนาที่ไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และออกเช็คไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึ่งให้ใช้ได้นั้น, ให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึ่งใช้ได้ตามเช็คนั้น และธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คนั้น 5. หมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.374/2563 ลง 24 ก.ย. 63 ในข้อหาว่า ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา