"อี้ แทนคุณ – ลิลลี่ เหงียน"พาผู้เสียหายยื่นหนังสือ ตร. เร่งรัดหมายแดง"เอิร์ก เลเดอเรอร์"หลอกเหยื่อกว่า 500 ล้านบาท

อาชญากรรม14 พ.ค. 2568 • 11:48 น.
"อี้ แทนคุณ – ลิลลี่ เหงียน"พาผู้เสียหายยื่นหนังสือ ตร. เร่งรัดหมายแดง"เอิร์ก เลเดอเรอร์"หลอกเหยื่อกว่า 500 ล้านบาท

วันที่ 14 พฤษภาคม 2568  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรือ “อี้ แทนคุณ” ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมด้วย ลิลลี่ เหงียน และกลุ่มผู้เสียหาย เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผ่านผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อเร่งรัดคดีการหลอกลวงประชาชนของนายองอาจ หรือ “เอิร์ก เลเดอเรอร์” ซึ่งสร้างความเสียหายรวมกว่า 500 ล้านบาท และหลบหนีออกนอกประเทศนานกว่า 3 ปี

นายแทนคุณ กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการติดตามจับกุมนายเอิร์ก ซึ่งถูกออกหมายจับในคดีฉ้อโกง และประสานขอส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย โดยระบุว่า นายเอิร์กยังคงมีพฤติกรรมหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ชักชวนเปิดคลินิก หลอกขายโทรศัพท์มือถือราคาถูก และชักชวนลงทุนในโครงการต่าง ๆ ส่งผลให้มีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่ออย่างต่อเนื่อง แม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว แต่ยังไม่พบว่ามีการออกหมายแดงจากตำรวจสากล จึงขอให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดดำเนินการโดยเร็ว

ด้าน ลิลลี่ เหงียน หนึ่งในผู้เสียหาย เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการออกหมายแดงและจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้โดยเร็ว เนื่องจากยังพบว่า มีประชาชนจำนวนมากยังหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อพฤติกรรมซ้ำ ๆ ของนายเอิร์ก ทั้งในรูปแบบของการหลอกขาย iPhone ราคาถูก หรือการระดมทุนทำคลินิก โดยระบุว่า ตนและผู้เสียหายจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก และไม่อยากเห็นประชาชนไทยต้องเผชิญกับความสูญเสียแบบเดียวกันอีก

ขณะที่กลุ่มผู้เสียหายรายอื่น ๆ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในกรณีการหลอกลงทุนคลินิก นายเอิร์กได้ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียโพสต์ภาพสถานที่คลินิก พร้อมเชิญชวนร่วมลงทุน ทำให้หลายรายตกเป็นเหยื่อจากความเชื่อถือในข้อมูลดังกล่าว ซึ่งต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและดำเนินคดีโดยเร็ว ก่อนที่ผู้กระทำผิดจะก่อเหตุซ้ำอีก

ทั้งนี้ นายเอิร์ก เลเดอเรอร์ เคยมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงและธุรกิจออนไลน์ ก่อนจะตกเป็นข่าวฉาวจากพฤติกรรมหลอกลวงทางการเงินหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการชักชวนร่วมลงทุนในกิจการต่าง ๆ โดยไม่มีการดำเนินการจริง ส่งผลให้มีผู้เสียหายจำนวนมาก บางรายสูญเงินหลักล้านบาท คดีนี้ถูกสื่อมวลชนติดตามมาตั้งแต่ปี 2565 และมีการออกหมายจับในปีถัดมา แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีออกนอกประเทศก่อนการจับกุม ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวเพื่อส่งกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย

สำหรับผู้เสียหายที่ยังไม่ได้แจ้งความ หรือประสงค์ขอคำปรึกษาทางกฎหมาย สามารถติดต่อชมรมสันติประชาธรรมเพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้