ตม.รวบแก๊งมาเลเซียจัดสัมมนาเพื่อชักชวนการทำธุรกิจผิดกฎหมาย

อาชญากรรม22 ต.ค. 2562 • 14:03 น.
ตม.รวบแก๊งมาเลเซียจัดสัมมนาเพื่อชักชวนการทำธุรกิจผิดกฎหมาย
วันที่ 22 ต.ค.ที่ สตม.สวนพลู พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบกลุ่มบุคคลต่างด้าวชาวมาเลเซีย 10 ราย ได้แก่ 1.MR.ENG 2.MR.LEONG 3.MR.IRETON 4.MR.CHIN 5.MR.KELLY 6.MR.TAN 7.MR.SIEW 8.MR.TANG 9.MR.HING 10.MR.LOOHใช้พื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่สัมมนาในการทำธุรกิจที่อาจผิดกฎหมาย พฤติการณ์ในการจับกุมโดยสังเขปคือ ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาจัดสัมมนาเพื่อชักชวนในการทำธุรกิจให้กับกลุ่มผู้ต้องหานี้ และได้สืบสวนทราบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีการรวมคนสัญชาติจีนมาร่วมสัมมนาในการทำธุรกิจกับกลุ่มผู้ต้องหา ณ บริเวณห้องสัมมนาคุ้มคำภายในโรงแรมคุ้มพญารีสอร์ท ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 20 กันยายน 2562 นี้ จึงได้บูรณาการและไปตรวจสอบพบกลุ่มผู้ต้องหากำลังจัดให้มีการประชุมสัมมนา กลุ่มชาวจีนอยู่ประมาณกว่า 100 คน และมีการขึ้นไปบรรยายบนเวที และมีการถ่ายภาพ บันทึกภาพการจัดสัมมนาดังกล่าวลงในคอมพิวเตอร์และบันทึกการสัมมนานั้นลงในแผ่นบันทึกข้อมูล (ของกลาง) จึงได้ขอตรวจสอบการขออนุญาตจากนายทะเบียน ปรากฏว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่จัดให้มีการประชุมสัมมนาดังกล่าว ไม่สามารถแสดงหนังสืออนุญาตจากนายทะเบียนให้กับเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการทำงานอันมีลักษณะจำเป็นหรือเร่งด่วน หรือเป็นงานเฉพาะกิจที่มีระยะเวลาทำงานให้เสร็จสิ้นภายในสิบห้าวัน โดยไม่มีหนังสือแจ้งให้กับนายทะเบียนทราบ อันเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการ การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 มาตรา 119 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป