ยกฟ้อง'ดำรงค์ พิเดช'และพวก ปมถูกกล่าวหาจัดตั้งการฝึกอบรมโดยมิชอบฯ สมัยเป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ

อาชญากรรม7 ก.พ. 2566 • 11:10 น.
ยกฟ้อง'ดำรงค์ พิเดช'และพวก ปมถูกกล่าวหาจัดตั้งการฝึกอบรมโดยมิชอบฯ สมัยเป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ

วันที่ 7 ก.พ.2566 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตลิ่งชัน ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อท. 129/2565 ที่อัยการสูงสุดโจทก์ ยื่นฟ้อง นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 3 คน กรณีที่มีกล่าวหาพฤติการณ์ว่ามีการอนุมัติโครงการฝึกอบรมจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ โดยมิชอบและนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการชุมนุมทางการเมืองเพื่อเจตนาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่เข้าร่วมชุมนุมที่สวนสัตว์ดุสิต และที่หน้ารัฐสภา 

โดยนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ ซึ่งโจทก์-จำเลยทั้งสาม พร้อมทนายจำเลยทั้งสามมาศาล

ซึ่งคำพิพากษา​สรุปว่า ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยทั้งสามแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ใช้ดุลพินิจพิจารณาสั่งการให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 จัดทำโครงการฝึกอบรมจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ จำนวน 2,500 คน และอนุมัติให้จัดทำโครงการดังกล่าวตามข้อเท็จจริงและอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2547 เพื่อประโยชน์ของกรมอุทยานแห่งชาติ ฯ

แม้สื่อมวลชนเสนอข่าวว่าเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับการอบรมตามโครงการฝึกอบรมจริยธรรมที่วัดพระธรรมกายไปร่วมชุมนุมทางการเมืองที่สวนสัตว์ดุสิตและที่หน้ารัฐสภา แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานกรณีมีผู้ร้องเรียนจำเลยที่ 1 อนุมัติโครงการดังกล่าวแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือปฏิบัติหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียนโดยไม่เป็นธรรม ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงให้ยุติเรื่อง และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินโดยสำนักตรวจสอบการเงินที่ 11 ตรวจสอบการใช้งบประมาณตามโครงการดังกล่าวแล้ว ไม่พบข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ดำเนินการโดยไม่มีอำนาจหรือผิดกฎหมาย

อีกทั้งประกอบกับในการไต่สวนโจทก์ไม่มีพยานบุคคลหรือพยานเอกสารใด ที่แสดงให้เห็นว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันสั่งการหรือมีส่วนร่วมรู้เห็นให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ ที่เข้ารับการฝึกอบรมโครงการฝึกอบรมจริยธรรมที่วัดพระธรรมกาย เดินทางเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองบริเวณหน้ารัฐสภา แต่ได้ความว่า คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ แต่งตั้ง รายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับการอบรมตามโครงการฝึกอบรมจริยธรรมที่วัดธรรมกายไม่ได้ไปร่วมชุมนุมทางการเมืองที่สวนสัตว์ดุสิตและที่หน้ารัฐสภาตามที่มีการเสนอข่าวทางสื่อมวลชน

ดังนั้นข้อเท็จจริงจากการไต่สวนจึงรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 อนุมัติโครงการฝึกอบรมจริยธรรมดังกล่าวโดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลเพื่อสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ เดินทางเข้ามาร่วมการชุมนุมทางการเมืองเพื่อประโยชน์แก่กลุ่มคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง

สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนได้ความว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 ร่วมกันเสนอขออนุมัติโครงการฝึกอบรมจริยธรรมดังกล่าว และอนุมัติงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการดังกล่าว ตามที่จำเลยที่ 1 สั่งการ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรมตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

ทั้งนี้การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง