ศาลฎีกาตัดสินคดี "เปรมชัย" กับพวกคดีเสือดำ

อาชญากรรม8 ธ.ค. 2564 • 04:29 น.
ศาลฎีกาตัดสินคดี "เปรมชัย" กับพวกคดีเสือดำ
เมื่อเวลา 10.00 น.เศษ วันที่ 8 ธันวาคม 64 สำนักงานอัยการสูงสุดได้ออกเอกสารภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตัดสินคดีนายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยกับพวก (คดีเสือดำ) สรุปว่า คดีนี้เมื่อวันที่ 30เม.ย. 61 อัยการจังหวัดทองผาภูมิได้ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน และนายธานีทุมมาศ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) โดยไม่ได้รับอนุญาตและข้อหาอื่นๆ อีกหลายข้อหา ซึ่งต่อมาวันที่ 19 มี.ค.62 ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาจําคุกนายเปรมชัยคุก 16 เดือน ,นายยงค์ คุก 13 เดือน ,นางนที 4 เดือนประบ10,000 รอการลงโทษ 2 ปี และนายธานี คุก2ปี17 เดือนโดยยกฟ้องจำเลยบางข้อหาโดยเฉพาะนายเปรมชัย ศาลยกฟ้องในข้อหาร่วมกันเก็บของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติและข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) แต่ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนในข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) แทน ต่อมาวันที่ 24 พ.ค.62 อธิบดีอัยการศาลสูงภาค 7 ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ทุกข้อหา และต่อมาวันที่ 12ธ.ค. 62 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทุกคนตามที่พนักงานอัยการศาลสูงภาค 7 ยื่นอุทธรณ์ โดยจำคุกนายเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน จำคุกนายยงค์ 2 ปี 17 เดือน จำคุกนางนที เรียมแสน 1 ปี 8 เดือน รอการลงโทษให้ตามศาลชั้นต้น และจำคุกนายธานี 2 ปี 21 เดือน หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทุกคนตามที่พนักงานอัยการได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว อธิบดีอัยการศาลสูงภาค 7 จึงมีคำสั่งไม่ฎีกา ครั้งต่อมาวันที่ 31มี.ค. 63 จำเลยจำนวน 3 ราย ได้แก่ นายเปรมชัย,นายยงค์ และนายธานีได้ยื่นฎีกาต่อศาลฎีกา และอธิบดีอัยการศาลสูงภาค 7 ได้แก้ฎีกาเรียบร้อยแล้ว วันนี้ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้วได้มีคำพิพากษาวันนี้ (8 ธ.ค. 64) ดังนี้ ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้นและไม่มีเหตุต่อการรอการลงโทษ แต่ต่อมาได้มีการแก้ไขพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแก้ไขเพิ่มเติมปี พ.ศ. 2562 ให้ยกเลิกมาตรา 55 การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงไม่มีความผิดในส่วนนี้ตาม ป. อาญามาตรา 2 คงจำคุกจำเลยที่ 1จำนวน 2 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 2 คงจำคุก 2 ปี 9 เดือน จำเลยที่ 4 คงจำคุก 2 ปี 13 เดือนให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาทตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ให้ปรับแก้ไขดอกเบี้ยให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่