กองปราบจัดหนักล้างบางคดีทางเพศ
กองปราบจัดหนักล้างบางคดีทางเพศ จับ 3 ผู้ต้องหา ข่มขืนเด็ก 10 ขวบ - อนาจารผู้ป่วยออทิสติกและพรากผู้เยาว์ ยกระดับความปลอดภัยก่อนเทศกาลปีใหม่
เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ป. ระดมจับกุมผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องในคดีลักษณะดังกล่าวได้จำนวน 3 คดี โดยคดีแรก พ.ต.ต.เอกรณการ นาคนิยม สว. กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายสุวรรณ แสนวันนา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 10 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ที่ จ.32/2561 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ข้อหา พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ไม่เกินสิบแปดปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ,พาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารและกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนน ซ.สุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
พ.ต.ต.เอกรณการ กล่าวว่า สำหรับ นายสุวรรณ ผู้ต้องหารายนี้นั้นมักชอบมีพฤติการณ์ล่อลวง ด.ญ.อายุ ระหว่าง 9-10 ขวบ ในชุมชน ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ไปกระทำการข่มขืน โดยเหตุล่าสุดเมื่อช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา นายสุวรรณได้ก่อเหตุล่อลวง ด.ญ.เอ นามสมมุติ ซึ่งขณะนั้นอายุเพียงแค่ 10 ขวบ โดยทำทีออกอุบายชวน ด.ญ.เอ ซึ่งบ้านอยู่ใกล้กันและกำลังนั่งเล่นอยู่เพียงลำพังบริเวณหน้าบ้านพักไปเที่ยวเล่นที่บริเวณบ่อน้ำท้ายหมู่บ้าน กระทั่งเมื่อสบโอกาสปลอดคนจึงลงมือข่มขืน ก่อนจะพูดจาข่มขู่ด.ญ.เอ ผู้เสียหายว่า หากนำเรื่องไปบอกพ่อแม่ จะทำร้ายพ่อแม่ของเด็ก จนทำให้ ด.ญ.เอ เกิดความหวาดกลัวว่าพ่อแม่จะเกิดอันตรายจึงปิดปากเงียบไม่ยอมบอกเล่าเรื่องราวให้กับใครฟัง กระทั่งผู้ปกครองได้สังเกตเห็นความผิดปกติ เด็กไม่ค่อยพูดจา เก็บตัวเงียบ จึงเค้นถามจนทราบความจริง ก่อนพาเด็กเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี จนนำไปสู่การออกหมายจับในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามภายหลังเกิดเรื่องเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้ลงพื้นที่สืบหาเบาะแสจนทราบว่านอกจาก ด.ญ.เอ ผู้เสียหายรายนี้แล้ว นายสุวรรณ ยังได้เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้กับเด็กผู้หญิงคนอื่นๆภายในหมู่บ้านเพิ่มเติมอีก 6 คน และยังมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันนี้ในท้อง สภ.กบินทร์บุรี ติดตัวเพิ่มเติมอีก 1 หมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า ภายหลังก่อเหตุนายสุวรรณ ได้ถูกตำรวจท้องที่ไล่ล่ากดดันจับกุมตัวอย่างหนักจนไม่สามารถซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ได้ จึงตัดสินหนีเข้ามากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบจึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว
สอบสวนเบื้องต้นนายสุวรรณได้ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องหรือกระทำผิดในคดีดังกล่าวแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สำหรับคดีที่สอง พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ สว. กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายมะณี จีนซอ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 309 หมู่ที่ 10 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.38/2557 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 ข้อหา “กระทำอนาจารบุคคลอื่น โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สารมารถขัดขืนได้ จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบริษัทตะวันแดง 1999 ต.หนองแซง อ.หันคา จ.ชัยนาท
พ.ต.ท.ก่อเกียรติ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน พฤศจิกายน 2556 ขณะที่ นายมะณี และพวก กำลังนั่งตั้งวงดื่มเหล้ากันอย่างสนุกสนานอยู่ที่บริเวณใต้ถุนบ้านพักภายในหมู่บ้านชุมชนบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้พบ น.ส.เมย์ นามสมมุติ ผู้เสียหาย อายุ 18 ปี ผู้ป่วยออทิสติก เดินผ่านมาบริเวณหน้าบ้านพอดี นายมะณี จึงได้เดินออกไปฉุดลากมานั่งที่วงเหล้า ก่อนจะทำการกอดจูบลูบคลำ จนกระทั่งต่อมาได้มีญาติของ น.ส.เมย์ ผู้เสียหายเดินผ่านมาพบเข้าพอดี นายมะณี จึงได้ผละตัวลุกขึ้นก่อนรีบหลบหนีไป ทางญาติของน.ส.เมย์ จึงได้รีบพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับทาง สภ.เมืองอุดรธานี ก่อนมีการออกหมายจับในภายหลัง ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าภายหลังเกิดเหตุนายมะณี ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ชัยนาท จึงนำกำลังไปติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน นายมะณี ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยสาเหตุที่ทำไปเพราะกำลังอยู่ในอาการมึนเมาสุราอย่างหนักและไม่สามารถควบคุมสติตัวเองได้ ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องตนเองก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและหลังจากวันนั้นตนก็ไม่เคยดื่มสุราอีกเลย ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่ง สภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ในส่วนของคดีที่สาม พ.ต.ต.สมเดช สาระบรรณ์ สว.กก.1 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ป. ทำการจับกุม นายธวัชชัย ว่องไว อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.511/2561 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2561 ข้อหา“พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันควรเพื่อการอนาจาร,พาบุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม,กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยา หรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม”จับกุมได้ที่บริเวณริมถนนสาย 13 หน้าโรงงานบริดสโตน จำกัด ต.มะขามพูด อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง
พ.ต.ต.สมเดช กล่าวว่า เมื่อประมาณปี 2560 นายธวัชชัยได้ทำทีเข้าไปตีสนิทในเชิงชู้สาว กับ ด.ญ.ซี นามสมมติ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ระยอง ก่อนทั้งคู่จะคบหากันได้ประมาณ 1 ปี ต่อมาภายหลังผู้ปกครองของ ด.ญ.ซี ทราบเรื่องจึงให้นายธวัชชัย รับผิดชอบแต่งงานอยู่กินกันตามประเพณีจนมีบุตรด้วยกัน 1 คน แต่ต่อมาระยะหลัง นายธวัชชัย เริ่มตีตัวออกห่างและไม่รับผิดชอบเลี้ยงดู ด.ญ.ซี เหมือนเก่า ก่อนจะหนีขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ทางผู้ปกครองของ ด.ญ.ซี จึงได้ไปแจ้งความเอาผิดกับ นายธวัชชัย ที่ สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง จนมีการออกหมายจับดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่านายธวัชชัย ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง จึงนำกำลังไปติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวนนายธวัชชัยให้การรับสารภาพว่าได้อยู่กินกับด.ญ.บี แต่งงานจนมีลูกด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันลูกอายุ 1 ปีเศษ กระทั่งระยะหลังตนเองได้มีเรื่องกับผู้ใหญ่หลายท่านในครอบครัวฝ่ายหญิง จึงทำให้มีการแจ้งความเอาผิดกับตนเพื่อเป็นการแก้แค้น เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค่ายดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ ทางด้าน พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บก.ป. เร่งระดมกำลังไล่ล่ากวาดล้างจับกุมตัวผู้ต้องหาที่มีหมายจับในคดีค้างเก่า และเน้นย้ำในส่วนของคดีอุกฉกรรจ์ คดีฆ่าและคดีการล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งนี้ก็เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้