โครงการคลินิกอัยการอาสาเคลื่อนที่คุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ ประจำปี 66 (จังหวัดเชียงใหม่)

อาชญากรรม14 ก.พ. 2566 • 13:50 น.
โครงการคลินิกอัยการอาสาเคลื่อนที่คุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ ประจำปี 66 (จังหวัดเชียงใหม่)

เมื่อที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566  นายศรัณย์ ถิรพัฒน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งมีนบุรี รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการ เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกอัยการอาสาเคลื่อนที่คุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.  2566 โดยมี นางกอร์ปกุล วินิจนัยภาค อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี รักษาการในตำแหน่งอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นายโชคชัย สินศุภรัตน์ อธิบดีอัยการภาค 5 นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รอง ผวจ.เชียงใหม่ นายพรชัย บุญถนอม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองเชียงใหม่ นายจำนอง ปานทอง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแรงงานภาค 5 นายวิษณุ หาญนัทธี อฝ.อข. รกน. ร.อคช. นายสนธยา เครือเวทย์ อฝ.คช.๕ นายสมชัย บรรจง อจ.เชียงใหม่ นางอภิชยา เตชะหงษา อจ.คช.เชียงใหม่ และ นายตฤณภัท วสุวัต รอง อจย.เชียงใหม่ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 

การจัดโครงการคลินิกอัยการอาสาฯ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หรือคนไทยที่มีนิติสัมพันธ์กับคนต่างชาติ และคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย หรือที่มีนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายไทย ในการนี้ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ (สฝคป.) โดยนายจักรวาล แสงแข อฝ.คป. ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายภาค 5 และสำนักงานอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนและการบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ (สคชจ.เชียงใหม่) จัดพนักงานอัยการบรรยายให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน

ได้รับเกียรติจากนายบัณฑิต นามเครือ ผู้แทนกรมการปกครอง บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายสัญชาติ และ ร.ต.ท. หญิง สุรนุช ศรีลาเพชร ผู้แทนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจลงตราและการอยู่ต่อในราชอาณาจักรไทยของคนต่างชาติ

นอกจากนี้ คณะพนักงานอัยการ สฝคป. และ สคชจ.เชียงใหม่ ยังได้ร่วมกันจัดกิจกรรมบริการให้คำปรึกษาทางกฎหมายเป็นการเฉพาะราย ในลักษณะคลินิกกฎหมายแก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งประกอบด้วย ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ทางปกครอง เจ้าหน้าที่สถานกงสุล ชาวต่างชาติ นักศึกษา และประชาชนที่สนใจ จำนวนประมาณ 120 คน