“เสี่ยโป้ – สันธนะ” แจง “บิณฑ์” ไม่เกี่ยวโครงการเสื้อชมพู-เตรียมแจ้งกองปราบ 14 ธค.

อาชญากรรม13 ธ.ค. 2563 • 10:00 น.
“เสี่ยโป้ – สันธนะ” แจง “บิณฑ์” ไม่เกี่ยวโครงการเสื้อชมพู-เตรียมแจ้งกองปราบ 14 ธค.
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 13 ธันวาคม 63 ที่สโมสรราชพฤกษ์ ทุ่งสองห้อง นายสันธนะ ประยูรรัตน์ พร้อมนายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการร้องเรียนที่นายสันธนะ เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เพื่อให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดง ที่ขอรับบริจาคเงินซื้อเสื้อสีชมพู ของโรงพยาบาลศิริราช โดยอ้างว่าเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวโดยมิชอบ พร้อมมีเอกสารหลักฐานประกอบการแถลงข่าวจำนวน 8 แผ่น รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนที่จะมีการแถลงข่าว ทางนายสันธนะ ได้ต่อสายโทรศัพท์ถึงนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เพื่อสอบถามว่าจะมาร่วมแถลงข่าวด้วยหรือไม่ แต่ปรากฏว่านายบิณฑ์ ไม่รับสาย ต่อจากนั้นเสี่ยโป้ ได้ชี้แจงโดยไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรื่องราวเกิดจากตนไปเจอพี่บิณฑ์ ในงานๆ หนึ่ง ตนบอกพี่บิณฑ์ ว่าจะให้เงิน 20 ล้านบาท เพื่อให้เขาพาคนที่อยากร่วมรับเสด็จมาให้เยอะที่สุด ใครไม่มีเงินไม่มีค่ารถให้มาเอาเงินที่ตน เพราะอยากให้คนได้มาร่วมงาน แต่เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านไปกว่าครึ่งเดือน ทางพี่บิณฑ์ โทรมาบอกอยากนัดเจอ เพื่อคุยเรื่องเสื้อสีชมพู กระทั้งมีการนัดกันที่ซีคอน บางแค เขาบอกว่าขอเงินบริจาค 10 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อเสื้อชมพู ซึ่งตนก็ตกลงและถามสาเหตุว่าทำไมไม่ใส่เสื้อเหลือง เขาบอกเสื้อเหลืองเป็นเรื่องการเมือง พี่บิณฑ์เขาบอกว่าไม่ชอบอยากได้เสื้อชมพู เพราะสื่อถึงสัญลักษณ์ของสถาบัน ตนเห็นว่าเรามีอุดมการณ์ตรงกันกับตนและเงิน 10 ล้านบาท ก็ไม่ได้เยอะมากสำหรับตน แต่เป็นจังหวะเดียวกับที่ตนโดนคดีข้อหาพยายามฆ่า จึงแจ้งพี่บิณฑ์ ว่าไม่สามารถออกนอกประเทศไปเซ็นต์เอกสารทำธุรกรรมได้ การเงินอาจจะขัดข้อง จึงได้โทรไปยืมกับ "ซ้อ" คนหนึ่ง จำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งทางซ้อก็ถามสาเหตุว่าทำไมจึงยืมเงินและเอาไปทำบุญกับใคร ตอนนี้มีให้แค่ 2 ล้านบาท ตนจึงโทรกลับไปหาพี่บิณฑ์ ว่าช่วยได้ 2 ล้านบาท และได้นัดวันโอนเงินกัน ซึ่งวันที่จะต้องโอนเงินตนไปเที่ยว จ.กระบี่ มีเลขาเป็นคนรับสายแทน เลขาก็ได้คุยกับพี่บิณฑ์ ซึ่งเขาบอกว่าหากโอนไม่ตรงเวลาจะเสียเครดิตนะ ตนจึงรีบโทรหาซ้อเพื่อให้รีบโอนเงินมาให้ และซ้อบอกให้โทรไปหารองต่อ ทางรองต่อก็ทักท้วงว่าทำบุญแบบนี้ได้ตรวจสอบหรือยัง จากนั้นรองต่อ ก็ได้ขอเบอร์พี่บิณฑ์ โทรไปคุยกันเอง หลังจากวันนั้นตนก็ไม่ได้พูดคุยกับทั้งพี่บิณฑ์และรองต่ออีกเลย เสี่ยโป้ กล่าวต่ออีกว่า ตนเคยโอนเงินให้เขา 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมด้วย ก็หวังในใจลึกๆ ว่าเขาจะไม่มีพฤติการณ์แอบอ้าง ตนมีอุดมการณ์ทำบุญด้วยใจ ไม่เคยได้ผลประโยชน์จากการบริจาค และไม่เคยทำธุรกิจในประเทศไทย ถึงจะเป็นนักพนันแต่ตนก็ไปเล่นที่ต่างประเทศ ซึ่งมันถูกกฎหมายและเอาเงินมาบริจาค ทั้งนี้ตนยอมตายเป็นหมาข้างถนน ดีกว่าหากไปเอาเงินทำบุญมากิน และขอฝากบอกพี่บิณฑ์ ว่าหากไม่ผิดก็ให้รองต่อเขาตรวจสอบ เพราะเขามีเอกสารครบถ้วน ทางด้านนายสันธนะ กล่าวว่า หลังจากตนได้เบอร์นายบิณฑ์มา เมื่อ 23 พฤศจิกายน ก็ได้พยายามโทรไปถึง 3 สาย แต่ไม่มีใครรับสาย ต่อมา 25 พฤศจิกายน เป็นวันที่นัดโอนเงิน จำนวน 2 ล้านบาท ทางนายบิณฑ์ โทรกลับมา ตนได้ซักถามถึงที่มาที่ไปว่าจะเอาเงินจำนวนนี้ไปทำอะไร ทางนายบิณฑ์ บอกว่าให้โอนเงินให้เขา 2 ล้านบาท เพื่อสมทบทุน รพ.ศิริราช เมื่อตนฟังว่าเขาให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัว จึงถามว่าทำไมต้องผ่านบัญชีเขา แต่เขาตอบไม่ได้ ตนจึงขอกลับมาตรวจสอบก่อน และยังไม่มีการโอนเงินให้ พร้อมยังติงว่าการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวอาจจะเป็นข้อครหาได้ เขาก็บอกว่าเสี่ยโป้ รับปากกับผู้ใหญ่ไว้จะต้องโอนเงินมา คำพูดเป็นเชิงให้ตนเข้าใจว่าเหมือนเสี่ยโป้ติดหนี้เขา พร้อมยืนยันว่าหากเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีของมูลนิธิ รพ.ศิริราช ทันที ตนจะไม่ติดใจแบบนี้ ต่อมา 3 ธันวาคม ตนจึงทำหนังสือไปที่ รพ.ศิริราช ว่ามีโครงการจัดทำเสื้อชมพูพร้อมตราสัญลักษณ์ หรือไม่ ทาง รพ.แจ้งมาว่า มีนายแพทย์บุญ วนาสิน เป็นประธานดำเนินโครงการ ตนจึงมีหนังสือไปสอบถามนายแพทย์บุญ วนาสิน ท่านก็มีหนังสือตอบกลับมา มีใจความโครงการดังกล่าวเป็นโครงการบริจาคเงินสมทบทุนอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โดยคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยลัยมหิดล เป็นผู้เสนอโครงการ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน - 31 ธันวาคม 2563 และการบริจาคต้องโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีศิริราชมูลนิธิ ธนาคารกรุงเทพ และในส่วนของนายบิณฑ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการโครงการนี้ ต่อมานายบิณฑ์ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ตนเองกับนายนิรันดร เป็นคนกลาง และสั่งเสื้อไว้ 3 แสนตัว ทั้งๆ ที่นายแพทย์บุญ แจ้งว่ามีการบริจาคเงินเข้ามูลนิธิ รพ.ศิริราช ไปก่อน 12 ล้านบาท และเบิกเสื้อมา 2.4 แสนตัว อยากถามว่านายบิณฑ์ ไปเอาเสื้อมาจากไหน ตกลงไปจ้างสำเพ็งทำมาค้ากำไรหรือไม่ ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าเสี่ยโป้ เป็น"นักบุญ ทุนพนัน" แต่นายบิณฑ์เป็น "นักบุญ ทุนชาวบ้าน" “แต่อย่างไรก็ตามตนจะรอฟังเขาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กภายในคืนนี้ หากเขาไม่ชี้แจ้ง ในวันพรุ่งนี้ (14 ธันวาคม) เวลา 10.30 น. ตนจะไปกองปราบปราม พร้อมกับเสี่ยโป้ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายบิณฑ์ ในข้อหาฉ้อโกง และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนถึงที่มาที่ไปการรับบริจาคต่อไป”นายสันธนะ กล่าวว่า