'จุติ'จี้สอบขยายผลคดีค้ามนุษย์สุราษฎร์ย้ำยึดความถูกต้องเป็นธรรม
จากกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. จับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่นำเด็กมาแสวงหาประโยชน์ทางเพศ 5 ราย โดยมีผู้ใช้บริการ 11 ราย และมีรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้โทรศัพท์สั่งเจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมเด็กที่ถือเป็นเหยื่อคดีค้ามนุษย์-ช่วยผู้ต้องหา ทั้งๆ ที่ควรดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเด็กฯ สุราษฎร์ธานี ดังที่เป็นข่าวนั้น
ล่าสุด นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม.กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งคงต้องนำผู้เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่เพื่อไม่ให้ใครไปยุ่งเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานได้ โดยต้องรอให้ผู้เข้าไปสอบสวนข้อเท็จจริงรายงานเข้ามาที่ปลัดพม.เนื่องจากอำนาจในการย้ายรองอธิบดีฯ เป็นของปลัดกระทรวง ซึ่งการทำงานต่อไปคงต้องยึดความถูกต้องให้ความเป็นธรรม เพื่อให้ทุกคนได้เชื่อมั่นในระบบและมั่นใจการทำงานของ พม.
โดย นายจุติ กล่าวต่อว่า สำหรับเด็กที่เป็นเหยื่อได้รับความคุ้มครองอย่างดี โดยได้นำตัวออกมาจากพื้นที่เพื่อไม่ให้เด็กเกิดความหวาดกลัว ซึ่งการนำเด็กไปไว้ที่ไหนนั้นขอเป็นความลับ โดยมีปลัดกระทรวง และอธิบดีฯ ลงไปดูแลเองขอให้เชื่อใจได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้องจะมีเท่าไหนกี่คน คงต้องรอข้อเท็จจริงจากคณะที่เข้าไปตรวจสอบ โดยได้เร่งรัดลงไปแล้ว ว่าต้องให้คำตอบให้ประชาชนได้มั่นใจ จะไม่มีการถ่วงเวลา ปกปิดข้อเท็จจริง ทุกคนต้องทราบต้องรู้ ยึดหลักความถูกต้อง ยึดหลักกฎหมาย
ซึ่งในเรื่องของการจัดการกับผู้ที่นำเด็กมาแสวงหาประโยชน์ทางเพศนั้น ทางนายกรัฐมนตรี ตลอดจน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และกระทรวง พม.ที่เป็นเลขานุการทำเรื่องการค้ามนุษย์ ได้มอบนโยบายมาโดยตลอด ซึ่งทางพม.ได้ทำกันอย่างจริงจัง ทำอย่างยากลำบาก เพราะเกี่ยวข้องกับประเด็นต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ดังนั้นเรื่องต่างๆ ที่ถูกเสนอออกไปจะต้องอยู่บนข้อเท็จจริง ต้องไม่ให้กระทบต่อผลที่เราไปทำงานกับสหรัฐอเมริกาในเรื่องของการค้ามนุษย์ด้วย เพราะมันมีหลายมิติ มีความเชื่อมโยงกัน ไม่อยากให้ประเทศไทยบอบช้ำ จึงต้องดูให้ดี ให้ได้รับความเป็นธรรม โปร่งใส ถูกกฎหมาย และจบโดยเร็ว