สืบ สน.ลุมพินี รวบแก๊ง​ลักพาตัว​รีดทรัพย์​หนุ่มจีนได้เงินกว่า 3 ล้านบาท 

อาชญากรรม17 เม.ย. 2566 • 09:14 น.
สืบ สน.ลุมพินี รวบแก๊ง​ลักพาตัว​รีดทรัพย์​หนุ่มจีนได้เงินกว่า 3 ล้านบาท 

วันที่ 17 เม.ย.66 พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.  ได้เดินทางประชุมกับฝ่ายสืบสวน กรณีเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา นาย YU นักท่องเที่ยวชาวจีนได้เข้าแจ้งความกับทางตำรวจสน.ลุมพินี ว่าไม่สามารถติดต่อ นาย WANG เพื่อนชาวจีนได้ หลายวัน กระทั่ง นาน WANG ได้ติดต่อกลับมาเมื่อวันที่ 16 เมษายน โดยได้วีดีโอคอลพร้อมระบุว่า “ไม่ต้องไปแจ้งความ เดี๋ยวคนร้ายจะปล่อยตัวถ้าโอนเงินมา” นาย YU เห็นสภาพเพื่อนพบว่าบริเวณใบหน้ามีการบอบช้ำและเกิดความไม่สบายใจกลัวเพื่อนจะถูกฆ่าทิ้งจึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความ 


ล่าสุดมีการตั้งคณะทำงานสอบสวนสืบสวนชุดคลี่คลายคดี นำโดย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.  พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.น. 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลุมพินี สืบบก.น.5 สืบนครบาล ประชุมเพื่อเร่งรัดติดตามคดีอย่างใกล้ชิด 


พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.  เปิดเผยว่า  จากแนวทางการสืบสวนพบว่านาย WANG ผู้เสียหาย มีแฟนเป็นหญิงสาวชาวไทย ซึ่งคบกันมาเป็นระยะกว่า 1 ปี และได้มีการเลิกลากันไป 3 เดือน ก่อนที่จะกลับมาคบกันอีกครั้ง โดยผู้หญิงทราบว่านาย WANG มีเงินและมีทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก  และเป็นคนกลุ่มจีนสีเทา มีหมายจับทางการจีน เชื่อว่าคงไม่กล้าแจ้งความ   จึงได้ว่าแผนกับชู้(นายกาย)ซึ่งเป็นผู้ชายไทย จึงได้ชักชวนกันก่อเหตุวางแผน โดยใช้รถ BMW ซึ่งเป็นรถที่คนนายWANG ซื้อให้หญิงสาวคนกล่าวไว้ใช้เพื่อสะดวกต่อการเข้าออกคอนโดมิเนียม 


กระทั่งเมื่อวันที่ 14 เมษายน เวลาประมาณ 19.00 กลุ่มชาวไทยผู้ก่อเหตุประมาณ 3  คน ชายไทย 3 คน ได้เดินทางมาที่คอนโดมิเนียมย่านสาทร ซึ่งเป็นคอนมานโดที่นาย WANG ใช้พักอาศัย และได้ใช้คีย์การ์ดที่หญิงสาวได้มอบไว้ให้ ขึ้นไปที่ห้องที่อยู่บนคอนโดเพื่อเปิดประตูห้องก่อนจะล็อกตัวนายWANG จับมัดมือ มัดเท้าขังไว้ในห้อง จากนั้นได้มีการใช้โทรศัพท์ของนายWANG คุยกับ รปภ. ข้างล่างของยืมรถเข็นในการขนของ จากนั้น 1 ในผู้ก่อเหตุจะออกไปซื้อลังพลาสติกขนาดใหญ่ ก่อนที่จะนำนาย WANG ยับใส่กล่องพลาสติกใส่รถขับออกไปจากคอนโดไปขังผู้เสียหายไว้ที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 1 คืน 

เมื่อถึงที่บ้านพักได้ข่มขู่และซ้อมทำร้ายร่างกายนายWANG ก่อนที่จะวีดีโอคอลไปหาเพื่อนของผู้เสียหาย คือ นายYU ว่าไม่ให้แจ้งความกับตำรวจ จากนั้นบังคับให้นายหวังโอนเงินเข้าบีญชีนายกบ จำนวน2ครั้ง  ครั้งแรกจำนวน 2 ล้านบาท ต่อมาครั้งที่สองโอนเพิ่มอีก 9แสนบาท  และโอนครั้งที่3 เป็นบัญชีของน.ส.ตา จำนวน 1.03ล้านบาท  รวมเป็น 3.93 ล้าน ซึ่งขณะนี้สามารถอายัดเงินได้จำนวน 2.3ล้าน 


เมื่อผู้ก่อเหตุได้เงินตามที่ต้องการแล้วทำทีจะมาปล่อยตัวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตำรวจได้ติดตามกระทั่งพบตัวจึงได้ทำการเข้าช่วยเหลือและเข้าจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวไทยได้1 ราย คือนายกบ ต่อมาได้มีการขออนุมัติออกหมายจับผู้ก่อเหตุ4หมาย ประกอบด้วยนายกาย นายโจว นายจูน และน.ส.ตา ผู้รับโอนเงิน  ซึ่งต่อมาสามารถจับกุมตัวนายจูนได้เพิ่มอีก1ราย  ส่วน น.ส.น้ำเพชร ซึ่งเป็นแฟนสาว อดีตนางงามเวทีชื่อดังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ  หลังสอบสวนพบว่าเป็นผู้ให้ข้อมูล และร่วมวางแผนดังกล่าวการลักพาตัว  เรียกค่าไถ่ในครั้งนี้ นอกจากนี้จากการสอบสวนยังพบว่า น.ส.น้ำเพชร คบหาดูใจกับนายกาย 1ในผู้ต้องหา(หัวหน้า) 


จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าลิฟบริเวณชั้น17 พบว่า ในวันเกิดเหตุ นายกบ ลักษณะสวมใส่เสื้อยืดสีขาว-ดำ สวมหมวกแก๊ป และนายโจ  หนุ่มผมยาว  ได้เข็นกล่องพลาสติกขนาดใหญ่ เข้าไปภายในลิฟท์  โดยขณะที่เข้าลิฟท์ฝากล้องมีการเผญิอขึ้น ทำให้นายกบต้องใช้มือกดปิดเอาไว้  ก่อนที่จะขึ้นลิฟท์กดไปชั้นล่าง ซึ่งเป็นล้ารจอดรถ  ก่อนจะช่วยกันยกกล้องขึ้นท้ายรถเบนซ์  ก่อนจะเดินทางไปหัวหิน นำตัวไปกักขังที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ซึ่งต่อมานายจูน  ผู้ต้องหาอีกรายได้ขับรถตามมาสมทบที่รีสอร์ทดังกล่าว


ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายกบ ออกจากห้องขัง สน.ลุมพินี ไปชี้รถที่ใช้ก่อเหตุและจำลองเหตุการณ์ ซึ่งนายกบให้การรับสารภาพ ว่า ถูกว่าจ้างมาจากนายกาย แต่ปฏิเสธไม่ขอตอบคำถามว่าได้รับค่าจ้างในการร่วมลงมือก่อเหตุครั้งนี้เท่าไร และทำไมถึงตัดสินใจร่วมก่อเหตุ 


ส่วนวิธีการอุ้มรีดผู้เสียหาย ได้ร่วมกับนายโจ จับผู้เสียหายลงไปนอนในกล่องพลาสติกที่นายกบซื้อมา ในลักษณะนอนตะแคง งอขา มัดเท้าและมัดมือไว้ด้านหลัง แล้วปิดฝากล่อง เพื่อนำใส่รถเข็นลงมาที่ลานจอดรถ ซึ่งขณะที่พาผู้เสียหายเดินทางไปยังหัวหิน ได้เปิดฝากล่อง  เพื่อให้ผู้เสียหายใจได้  และแก้มันเชือกออก ถึงแม้ว่าจะมีอาการขัดขืนบ้างแต่ผู้เสียหายก็ยอมไปด้วย  ตลอดเวลาที่เดินทางผู้เสียหายยังมีสติรู้ตัวตลอดเวลา  หลังไปอยู่ที่รีสอร์ท ไม่ได้มีการทำร้ยร่างกายอีก


ส่วนผู้เสียหายชาวจีน  หลังถูกช่วยเหลือจากการตรวจสอบประวัติจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ประสานไปยังทางการจีน ซึ่งก็พบว่า ผู้เสียหายรายนี้เป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง มูลค่า12ล้านหยวน หรือราว 60ล้านบาทไทย  ซึ่งทางการจีนได้ออกหมายจับไว้แล้ว  แต่ยังไม่ได้ขึ้นเป็นหมายแดงในอินเตอร์โพล  ที่ให้เดินทางเข้าประเทศได้ โดยที่ไม่มีประวัติหมายจับดังกล่าว  ซึ่งขณะนี้ได้กักตัวไว้ที่ ตม. เตรียมผลักดันออกนอกประเทศต่อไป