บิ๊กโจ๊ก เปิดอบรมเสริมความรู้คดีค้ามนุษย์กับพนักงานสอบสวนอาชญากรรม•25 เม.ย. 2565 • 11:14 น.คัดลอกลิงก์ วันที่ 25 เม.ย.65 ที่โรงแรมเรือรัษฎา จ.ตรัง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท. พนักงานสอบสวน ทีมสหวิชาชีพ ร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมสัมมนา พนักงานสอบสวนและทีมงานสหวิชาชีพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการคุ้มครองแรงงานแก่คนต่างด้าวและป้องกันการละเมิดสิทธิตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งนำไปสู่คดีการค้ามนุษย์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าการอบรมสัมมนาในครั้งนี้เป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย อยู่ในระดับมาตรฐานสากล ซึ่งจะทำให้มีผลการประเมิน TIP Report ที่ดีขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจในภาคประมงและแรงงานเป็นไปอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การอบรมสัมนาครั้งนี้จะพัฒนาศักยภาพของพนักงานสอบสวน และทีมงานสหวิชาชีพ ให้มีความรู้ทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและลักษณะของการค้ามนุษย์ในปัจจุบัน มีความเข้าใจในตัวกฎหมายระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง จะทำให้การปรับใช้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานสอบสวน และทีมสหวิชาชีพ ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงาน เช่น นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา พนักงานอัยการ เป็นต้น ตลอดจนมีทัศนคติที่ดี มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไป พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากสถิติการดำเนินคดีค้ามนุษย์ที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 จนถึงเดือนกันยายน 2564 มีคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ทั้งสิ้น จำนวน 520 คดี โดยอัยการสั่งไม่ฟ้องถึง 60 คดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ทางศพดส.ตร. จึงได้จัดให้มีการฝึกอบรมสัมมนา ถอดบทเรียนจากการดำเนินคดีค้ามนุษย์ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง ต่าง ๆ ในการดำเนินคดีค้ามนุษย์ โดยหลังจากที่ได้จัดฝึกอบรมแล้ว พบว่าสถิติคดีค้ามนุษย์ในห้วง เดือนตุลาคม - ธันวาคม 2564 มีการดำเนินคดีทั้งสิ้น 90 คดี อัยการสั่ง ไม่ฟ้องเพียง 3 คดี แสดงให้เห็นว่าพนักงานสอบสวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ส่งผลให้การดำเนินคดีค้ามนุษย์มีประสิทธิภาพ สามารถปรับข้อเท็จจริงให้เข้ากับตัวบทกฎหมายได้อย่างสอดคล้อง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากการฝึกอบรมแล้ว ยังได้มีการเรียกประชุมคณะทำงานพนักงานสอบสวน ให้มีการเร่งรัดคดีการค้ามนุษย์ ที่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งอยู่ในระหว่างสอบสวนของพนักงานสอบสวน โดยการจัดฝึกอบรมสัมมนานี้ มีกำหนดการฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 24-29 เมษายน 2565 ซึ่งครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 4 โดยก่อนหน้านี้มีการอบรมสัมนาไปแล้วจำนวน 3 รุ่น ได้แก่ จ.ขอนแก่น จ.เชียงใหม่ และจ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปแล้ว จำนวน 360 ราย ส่วนกรณีที่มีสำนักข่าวต่างประเทศแห่งหนึ่งได้สัมภาษณ์ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีต รอง ผบช.ภ.8ซึ่งได้ลาออกจากตำรวจและขอลี้ภัยการเมืองไปพักอาศัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยเนื้อหาที่ให้สัมภาษณ์มีการพาดพิงถึง พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล (ยศในขณะนั้น) ว่าได้มีการโทรมาขอความช่วยเหลือและสั่งให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮินจา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่เคยโทรศัพท์ติดต่อหรือร้องขอกับ พล.ต.ต.ปวีณ ตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด และในขณะนั้นตนเองก็มีตำแหน่งเพียง รองผู้บังคับการเท่านั้น อีกทั้งในข้อเท็จจริงทางคดี พล.ท.มนัส ก็ไม่ได้รับการประกันตัวทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนและในชั้นศาลอีกด้วย โดยศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้ พล.ท.มนัส จำคุกเป็นเวลา 82 ปี ซึ่งปัจจุบัน พล.ท.มนัส ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากหัวใจวายเฉียบพลันภายในเรือนจำ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ปัจจุบันตนเองก็ได้ดำเนินการในการแก้ปัญหาคดีการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และในสำนวนคดีที่ พล.ต.ต.ปวีณ ได้ดำเนินการไว้ก็ครบถ้วนสมบูรณ์ดีอยู่แล้ว ดังนั้นหาก พล.ต.ต.ปวีณ มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ก็สามารถส่งมาให้ดำเนินการได้ และพร้อมจะรับรองความปลอดภัยให้หากจะเดินทางกลับมาประเทศไทย