ผบ.ตร.ลุยเองล้างบางยาเสพติด อัจฉริยะจี้นายกฯปลดเลขาป.ป.ส.
บิ๊กเด่น กำชับสั่งเข้มเร่งกวาดล้างอาวุธปืน-ยาเสพติด ขู่ขาดโทษท้องที่ใดละเลยเจอเชือดทันที ด้าน อัจฉริยะ บุกยื่นหนังสือ นายกฯ จี้ปลดเลขาปปส. ฐานล้มเหลวปราบยาเสพติด
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 27 ต.ค.65 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงมาตรการแก้ไขปัญหาอาวุธปืนและยาเสพติด ตามมาตรการเร่งด่วน 4 มาตรการ ภายใน 3 เดือน โดยเน้นการกวาดล้าง ปราบปรามอาวุธปืนที่ผิดกฎหมาย และยาเสพติด โดยขยายผลจากผู้เสพไปถึงผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ และผู้ค้ารายใหญ่ทุกมิติในการปราบปรามและเพิ่มความเข้มให้มากขึ้น โดยยกระดับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า การปราบปรามยาเสพติดและอาวุธปืน ตนจะลงไปดูด้วยตัวเอง ส่วนระดับกองบัญชาการภาค ให้ผู้บัญชาการ และผู้บังคับการจังหวัดลงไปกำกับดูแลร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ สาธารณสุขจังหวัดและท้องถิ่นต่างๆ ต้องบูรณาการร่วมกัน เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนรวมกันทุกหน่วยงาน ให้เกิดความเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวเน้นย่ำอีกว่า ได้หารือกับผู้บังคับบัญชาของ ตร.โดยให้แต่ละภาคช่วยดูแล ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ และผู้ที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนต่างๆ รวมถึงอาวุธปืนของทางราชการ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำอาวุธปืนที่เป็นของทางราชการไปกระทำความผิดต่อกฎหมาย
ส่วนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขอให้ปลด นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กรณีทำหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดล้มเหลวทุกด้าน
ทั้งนี้ เลขาธิการป.ป.ส. เคยแจ้ง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ว่าพบเคตามีนมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยใช้เทสคิดตรวจ และยังแถลงข่าวเรื่องนี้เผยแพร่ไปทั่วโลก แต่ต่อมาแถลงยอมรับความผิดพลาดว่าสิ่งที่ตรวจพบนั้นเป็นเกลือไม่ใช่เคตามีน ได้สร้างความเสียหายให้กับป.ป.ส. รวมถึงยังไม่มีการสกัดกั้น หรือการกำหนดพื้นที่ห้ามส่งออกสารตั้งต้น หรือโซเดียมไซยาไนด์ที่ถูกนำมาเป็นส่วนผสมในการผลิตยาเสพติด ทำให้สารดังกล่าวถูกลักลอบส่งไปยังประเทศลาว ผ่านพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ทำให้มียาเสพติดทะลักจากประเทศลาวเข้ามาสู่ไทย
นอกจากนี้ เลขาธิการป.ป.ส.ยังใช้เวลาพิจารณาตรวจสอบในการยึดอายัดทรัพย์ของขบวนการค้ายาเสพติดล่าช้า และยังปล่อยให้มีการแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่ระบุว่าผู้ที่มียาเสพติดต่ำกว่า 15 เม็ด ให้ถือว่าเป็นผู้เสพ ทำให้เกิดผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยเพิ่มขึ้น และส่งผลให้มีผู้เสพยาเสพติดเพิ่มขึ้นเช่นกัน อีกทั้งยังมีการอวดอ้างว่าสามารถยึดทรัพย์ขบวนการค้ายาเสพติดมากกว่าได้มากกว่า 5 พันล้านบาท ทั้งที่ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีเงินตามที่เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอ้าง ถูกยึดเข้าแผ่นดิน ส่วนกรณีของศูนย์บำบัดผู้ป่วยที่ติดยาเสพติดก็ทำไม่ได้จริง เพราะไม่มีงบประมาณและสถานที่บำบัด จึงต้องไปอาศัยโรงพยาบาลในการบำบัดรักษา
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า การแพร่ระบาดของยาเสพติด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่รัฐส่วนบางกรณีเมื่อนักการเมืองระดับชาติเข้าไปเกี่ยวข้อง จะทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกเกรงกลัว จึงปราบปรามยาเสพติดยาก ดังนั้นเลขาธิการ ป.ป.ส. ต้องรับผิดชอบ และอยากให้เลือกคนอื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน