ด่วน! "ศาลอาญา" ยกฟ้อง "คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ" ระบุพยานหลักฐานในสาระสำคัญไม่มีน้ำหนัก

อาชญากรรม3 มี.ค. 2565 • 09:09 น.
ด่วน! "ศาลอาญา" ยกฟ้อง "คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ" ระบุพยานหลักฐานในสาระสำคัญไม่มีน้ำหนัก
วันที่ 3 มี.ค.2565 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ หมายเลขดำ ฟย.46/2559 หมายเลขแดง ฟย.25/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายสมเกียรติ คงเจริญ อายุ 63 ปี กก.ผจก.บริษัท ซินหยวน ทราเวล จำกัด , นางธวัล แจ่มโชคชัย อายุ 65 ปี กก.ผจก.บจก.ฝูอัน ทราเวล, บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด, นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 32ปี กก.ผจก บจก.โอเอฯ , บริษัท รอยัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท ไทยเฮิร์บ จำกัด, บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ เซ็นเตอร์ จำกัด, บริษัท รอยัลพาราไดซ์ จำกัด, นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี อายุ 67 ปี กรรมการผู้จัดการทั้งสี่บริษัท ซึ่งเป็นมารดาของนายวสุรัตน์, นายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี อายุ 66 ปี สามีนางนิสา, บริษัท บ้านขนมทองทิพย์ จำกัด, น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 41 ปี กรรมการผู้มีอำนาจ บจก.บ้านขนมทองทิพย์ซึ่งเป็นบุตรของนายธงชัย และนายวินิจ จันทรมณี อายุ 75 ปี กก.ผจก บริษัทซินหยวน ทราเวลจำกัดเเละ บริษัทฝูอันฯ เป็นจำเลยที่ 1-13 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรคแรก, พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 และร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 24 มี.ค - 31 ส.ค. 2559 ต่อเนื่องกัน บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด นำนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเที่ยวโดยไม่เสียค่าบริการ หรือที่เรียกว่า"ทัวร์ศูนย์เหรียญ" จากนั้นบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด จำเลยให้ใช้รถบัสจำนวน 2,500 คัน รับนักท่องเที่ยวฟรี โดยเป็นผู้กำหนดแผนการเดินทางให้มัคคุเทศก์และผู้ขับขี่นำรถไปจอดให้นักท่องเที่ยวแวะซื้อสินค้าจากร้านในเครือเดียวกับบริษัท โอเอฯ ซึ่งสินค้ามีราคาแพงกว่าท้องตลาดหลายเท่า แสดงฉลากไม่ถูกต้อง เป็นการขูดรีดนักท่องเที่ยว ไม่เป็นการแข่งขันเสรีทางการค้า อำพรางแบ่งปันผลประโยชน์ โดยบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด แบ่งปันผลประโยชน์ให้บริษัททัวร์ 30-40 %ให้มัคคุเทศก์ 3-5 % มีพฤติกรรมลักษณะเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ ปกปิดวิธีการอันมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินของนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญชาวจีน จนเกิดความ เสียหายมูลค่า 98 ล้านบาทเศษทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด ต่อมาศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้ลงโทษปรับเฉพาะ จำเลยที่ 1,2เเละ 13 รายละ5 แสนบาท ตามพ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวเเละมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 มาตรา 24,82 ประกอบ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 นอกจากที่เเก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1,2 และ 13 ยื่นฎีกา สำหรับคดีนี้ ศาลอาญาเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกามาแล้ว2 ครั้งเนื่องจาก ทนายความไม่สามารถติดต่อนายสมเกียรติ จำเลยที่1 รวมทั้งไม่สามารถส่งหมายนัดให้จำเลยที่1 ได้ โดยในวันนี้จำเลยเดินทางมาศาลยกเว้นจำเลยที่ 1 โดยศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือเเล้วเห็นว่าส่วนที่โจทก์ฎีกา กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้ง 13 ร่วมกันกระทำความผิด ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ซึ่งอ้างว่าเป็นความผิดมูลฐานเอง และข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้ง13 ร่วมกันกระทำความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ กรณีนี้จึงไม่มีความผิดมูลฐานอันจะทำให้การกระทำของจำเลยที่ 1-12กับพวก เป็นความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินได้ โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าจะมีจำเลยคนใดโอนเงินให้บุคคลใด หรือบุคคลใดโอนเงินให้จำเลยคนใด และจำนวนเท่าใดตาม ที่โจทก์บรรยายฟ้องหรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาแตกต่างขัดแย้งกันในสาระสำคัญ จึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ไม่สามารถรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 3-12กับพวกกระทำความผิด ฐานร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวของจำเลยที่ 1,2,13 โดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้ง13กับพวกร่วมกันกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ฐานร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวหาประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมจากนักท่องเที่ยว