วงการช่างสักฉาว! 'ช่างสักรุ่นใหญ่' ยกพวกรุม 'ช่างสักรุ่นน้อง' เหตุสักเก่งกว่าลูกค้าเยอะ

อาชญากรรม19 พ.ค. 2567 • 08:25 น.
วงการช่างสักฉาว! 'ช่างสักรุ่นใหญ่' ยกพวกรุม 'ช่างสักรุ่นน้อง' เหตุสักเก่งกว่าลูกค้าเยอะ

วันที่ 19 พ.ค.67 เวลา 12.00 น. ที่เพจสายไหมต้องรอด  เขตสายไหม  กทม. นายวสันต์  ศรีธูป อายุ 45 ปี ช่างสักชื่อดัง หรือในวงการเรียกว่า "ช่างโอ๋ 69" เดินทางมาพร้อมกับนายสกาย  แจ้งรักษา อายุ 33 ปี เพื่อนรุ่นน้อง  เข้าพบนายเอกภพ  เหลืองประเสริฐ  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด  เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีถูกช่างสักรุ่นใหญ่พร้อมพวกรุมทำร้ายร่างกายที่งานประกวดรอยสัก ตลาดบางใหญ่ จ.นนทบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสกระดูกสันจมูกหัก แพทย์ลงความเห็นให้พักรักษาตัวนานกว่า 40 วัน

ช่างโอ๋  กล่าวว่า ตนประกอบอาชีพช่างสักมานานกว่า 20 ปี มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาสักกับตนจำนวนมาก บางครั้งก็จะมีชาวต่างชาติจ้างให้ตนเดินทางไปสักให้ที่ต่างประเทศ ตนจะคอยติดต่อหางานให้พี่ๆน้องๆช่างสักช่างสัก เพื่อให้มีรายได้อยู่เสมอ จนเป็นที่รู้จักและเป็นที่รักของพี่น้องในวงการช่างสักจำนวนมาก  จึงทำให้มีช่างสักรุ่นพี่ 1 คนที่ไม่ชอบตน มองว่าตนทำเกินหน้าเกินตา จึงมาก่อเหตุยกพวกมารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

โดยในวันดังกล่าวตนได้รับเชิญไปเป็นกรรมการตัดสินลายสักที่งานประกวดลายสัก ตลาดบางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2567  หลังจากตนตัดสินเสร็จจึงเดินมาที่รถเพื่อกลับไปดูลูกที่โรงพยาบาล เนื่องจากลูกป่วยนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล  ระหว่างเดินมาขึ้นรถ ได้มีช่างสักรุ่นพี่ชื่อ "ช่างยิ่ง" อายุประมาณ 50 ปี พร้อมพวกอีก 5 คน เข้ามากระชากประตูรถ จากนั้นก็รุมทำร้ายตนจนได้รับบาดเจ็บสาหัสกระดูกสันจมูกหัก ก่อนที่ "ช่างยิ่ง" จะชักอาวุธปืนแก๊ป ขึ้นมาข่มขู่ห้ามไม่ให้ตนทำตัวโดดเด่น นอกจากนี้ยังขู่ซ้ำว่า "มึงอย่าคิดไปแจ้งความ ถึงมึงแจ้งไปก็ไม่มีประโยชน์  กุรู้จักรุ่นใหญ่ใน จ.นนทบุรี ยังไงกุก็เคลียร์ได้หมด" ก่อนจะพากันหลบหนีไป  หลังเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด แต่จากคำขู่ของผู้ก่อเหตุจึงทำให้กลัวว่าคดีจะไม่คืบหน้า จึงนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษากับกลุ่มเพื่อนๆในวงการช่างสัก ทุกคนจึงเป็นห่วงและเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้แนะนำให้มาขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ  เหลืองประเสริฐ  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ดังกล่าว 

ด้าน นายสกาย  แจ้งรักษา รุ่นน้องช่างสักที่เดินทางมาพร้อมกับช่างโอ๋ ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูก "ช่างยิ่ง" คุกคาม กล่าวว่า หลังเกิดเหตุกับ พี่โอ๋ กลุ่มพี่ๆน้องๆในวงการช่างสักต่างพากันมาให้กำลังใจพี่โอ๋ จำนวนมากรวมถึงตนด้วย เมื่อนายยิ่ง รู้เรื่องว่าตนมาให้กำลังใจพี่โอ๋ ก็เกิดความไม่พอใจ ไม่พอใจทุกคนที่มาให้กำลังใจ ในลักษณะอิจฉา  วันที่ 11 พ.ค.67 ตนได้ไปดูหนังที่ห้างเมเจอร์ รัชโยธิน  และได้เจอกับ นานยิ่ง โดยบังเอิญ นายยิ่ง ได้เดินเข้ามาหาเรื่องตน พร้อมพูดว่า "มึงจะเอายังไง มึงมาคุย มึงเข้าข้างมันหรอ" ตนจึงตอบไปว่า "ทุกคนเขาอยู่ข้างพี่โอ๋ กันหมดครับ ไม่มีใครเขาเข้าข้างคนพาลแบบคุณหลอกมันหมดยุคหมดสมัยแล้วที่จะมาใช้กำลังทำร้ายคนอื่น" ทำให้นายยิ่ง ไม่พอใจมาก ชักอาวุธมีดพับขึ้นมาขู่จะทำร้ายตน  ตนจึงชี้ไปที่นายยิ่ง แล้วบอกไปว่า "อย่าใช้อาวุธ แน่จริงให้มาตัวต่อตัว" นายยิ่ง จึงโทรตามพวกและท้าทายให้ตนตามไปที่ลานจอดรถ แต่ตนไม่ได้เดินตามไปเพราะรู้ว่า นายยิ่ง มีนิสัยชอบหมาหมู่  ตนเห็นว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นภัยสังคม พกอาวุธเข้ามาภายในห้าง จึงไปแจ้งความไว้ที่ สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้าน นายเอกภพ  เหลืองประเสริฐ  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด  กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายทั้ง 2 คน เป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ต้องดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด เอาผิดในทุกข้อหา แม้ผู้ก่อเหตุจะอ้างว่ารู้จักกับคนใหญ่คนโตแค่ไหนก็ไม่สำคัญเพราะทุกคนอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน ทำผิดต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยขอให้ท่าน พ.ต.อ.ปิยวุฒิ แก้วมณี รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี  รักษาราชการ ผกก.สภ.บางใหญ่  และ ท่าน พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว  ผกก.สน.พหลโยธิน  กำชับพนักงานสอบสวนเร่งดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในทุกข้อหา เพื่อไม่ให้เป็นภัยสังคมต่อไป 

สำหรับกรณีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีโทษจำคุก 10 ปี และ ปรับ 200,000 บาท