ปอศ.เตือนระวังถูกใช้ชื่อเป็นนอมินีอาจถูกจับดำเนินคดีฟ้องออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิ

อาชญากรรม15 มิ.ย. 2566 • 17:03 น.
ปอศ.เตือนระวังถูกใช้ชื่อเป็นนอมินีอาจถูกจับดำเนินคดีฟ้องออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิ

วันที่ 15 มิ.ย.66 ที่ บก.ปอศ. พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. , พ.ต.อ.คงกฤช เลิศสิทธิกุล รอง ผบก.ปอศ. , พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผกก.2 บก.ปอศ. พ.ต.ท.วันเผด็จ จันยะรมณ์ รอง ผกก.2 บก.ปอศ. พ.ต.ท.พีระพัฒน์ สุทธเสนา สว.กก.2 บก.ปอศ.จับกุม น.ส.ณัฐพร ชาญนอก อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 244 ม.2 ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา (ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 1766/2566 ลง 9 มิ.ย.2566) ในความผิดตาม " ร่วมกันออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิออก " (ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 1766/2566 ลง 9 มิ.ย.2566) โดยจับกุม หน้าบ้านเลขที่ 244 ม.2 ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา

พล.ต.ต.พุฒิเดช  กล่าวถึงพฤติการณ์แห่งคดี ว่า  ด้วยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำโดย พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. , พ.ต.อ.คงกฤช เลิศสิทธิกุล , พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์ รองผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผกก.6 บก.ปอศ., พ.ต.ท. วันเผด็จ จันยะรมณ์ รอง ผกก.2 บก. ปอศ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม น.ส.ณัฐพร ผู้ต้องหา ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 1766/2566 ลง 9 มิ.ย.2566ในฐานความผิด"ร่วมกันออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิออก " อันเป็นความผิดตามมาตรา 90/4(3) แห่งประมวลรัษฎากร

โดย พ.ต.อ.ชัชวาล กล่าวถึงพฤติการณ์ ว่าสืบเนื่องจาก  เจ้าพนักงานประเมินฯ กรมสรรพากร ได้ตรวจสภาพกิจการและตรวจประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ของบริษัท ชี แอล โฮม สโตร์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) บริษัทฯ ระบุ การประกอบกิจการไว้ค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในงานก่อสร้าง

เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าสถานประกอบการดังกล่าวเป็นเพียงบ้านพักอาศัย ลักษณะเป็นบ้านทาวน์โฮม 3 ชั้น เป็นบ้านพักอาศัย มีสภาพเก่า ประตูปิดล็อคไว้ ไม่พบสินค้าและไม่พบการประกอบกิจการของบริษัทฯ ตามที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ไม่พบกรรมการหรือบุคคลที่สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับการประกอบกิจการของบริษัทฯ ได้ ต่อมากองตรวจสอบภาษีกลางได้ประกาศรายชื่อ บริษัทดังกล่าวเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีโดยไม่ชอบด้วกฎหมาย

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวได้ออกใบกำกับภาษีเท็จให้กับกลุ่มลูกค้าที่ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ช่วงปี พ.ศ.2555 -2557 จำนวนกว่า 68 ฉบับ มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท โดยไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการขายสินค้าจริง และไม่ส่งมอบรายงานภาษีขาย ซึ่งจากการประเมินหากบริษัทดังกล่าวกระทำความผิดจะถูกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม จำนวนกว่า 70 ล้านบาทจนเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การว่า ตนประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป (เก็บของเก่าขาย) เป็นอาชีพหลักและเมื่อปี พ.ศ.2555 ไปทำงานที่พื้นที่จังหวัดชลบุรี ประกอบอาชีพค้าขาย ได้พบเจอบุคคลทั่วไปจำนวนมาก โดยจำไม่ได้ว่าได้ให้ผู้ใดนำบัตรประชาชนไปใช้บ้าง และมาทราบภายหลังว่าตนนั้นถูกออกหมายจับเป็นผู้ต้องหาของคดีดังกล่าว

พร้อมกันนี้ บก.ปอศ.ฝากเตือน เตือนภัยถึงพี่น้องประชาชนว่าการนำบัตรประจำตัวประชาชน และการยินยอมให้ตนนั้นเข้าเป็นกรรมการในบริษัทใดโดยตนเองไมได้เป็นผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริงนั้น หรือรูปแบบที่เรียกว่า นอมินี นั้นในทางกฎหมาย กรรมการบริษัทจะต้องรับผิดในการกระทำใดๆ ของนิติบุคลหรือบริษัทจำกัดเสมอ ซึ่งหากมีบุคคลใดมาขอยืมหรือขอใช้สิทธิ์ใดๆ เกี่ยวกับการนิติบุคคลโดยที่ไม่รู้รายละเอียด อาจตกเป็นเหยื่อและต้องรับผิดจากการกระทำความผิดของนิติบุคคลดังกล่าวได้ และหากพบว่ามีการ กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ FB : ตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บก.ปอศ.กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง