ศาลพิพากษาคุกปอ-โรเบิร์ตรอลงอาญา3ปี
ศาลฯ พิพากษาโทษจำคุก ปอ 5 ปี 8 เดือน ส่วนโรเบิร์ต คุก 4 ปี 4 เดือน เซ่นคดีแตงโม จำเลยมีเจตนาจ่ายค่าชดเชยเยียวยาบรรเทาโทษแก่ผู้เสียหายจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง มีเหตุควรปราณี ให้รอลงอาญา 3 ปี
ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 พ.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือปอ และนายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือโรเบิร์ต จำเลยที่ 1 และ 2 ในคดีการเสียชีวิตของ นางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ได้เดินทางมาที่ศาลตามนัด เพื่อฟังคำพิพากษาในคดี หลังจากกลับคำให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาตามที่อัยการสั่งฟ้อง
ขณะที่ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่แตงโม และนายชัยวัฒน์ โลมากุล ที่ปรึกษากฎหมายประจำตัวคุณแม่ภนิดา กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อฟังคำตัดสินของศาลในคดีของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้มีความกังวลใจอะไร ส่วนตัวไม่ได้มีการคาดหวังคำพิพากษาในทิศทางใด เพราะเชื่อว่าศาลจะมีดุลพินิจเป็นไปตามข้อเท็จจริง และหากศาลมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำเลยที่หนึ่งและที่สอง แต่ให้มีการรอลงอาญาเนื่องจากทั้งคู่มีการให้การรับสารภาพและมีการชดใช้เยียวยาไปแล้ว
หากศาลมีคำพิพากษาเป็นไปตามนี้ก็ถือเป็นเรื่องดีกับตัวจำเลยทั้งสอง เพราะทั้งสองคนหลังจากเกิดเรื่องได้มีการเข้ามาพูดคุย สำนึกผิดและชดใช้ดูแลมาโดยตลอด ซึ่งทั้งสองคนยังคงเยียวยาช่วยเหลือมาจนถึงปัจจุบันเพราะมีการจ่ายเงินให้ตนเองทุกวันที่ 1 ของเดือนสม่ำเสมอ
นางภนิดา กล่าวต่อว่า ส่วนคำตัดสินในวันนี้จะส่งผลกระทบไปถึงการพิจารณาคดีของสี่จำเลยที่จะมาถึงในอนาคตหรือไม่ ยังไม่รู้สึกวิตกกังวลแต่อย่างใด ก็ขอให้ว่ากันไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย และหากว่าผลการตัดสินของสี่จำเลยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีไปในทิศทางเดียวกันกับสองจำเลยที่อาจจะเกิดขึ้นในวันนี้ คงคัดค้านอะไรไม่ได้
อีกทั้งวันนี้จะมีการยกเลิกและเพิกถอนทนายความออกมาจากสำนวนคดีนี้ด้วย เนื่องจาก นายกฤษ เนติธรรมภรณ์ ทนายความในคดีของ ปอ-โรเบริ์ต มีความเห็นในแนวทางคดีไม่ตรงกัน ส่วนคดีอื่นกับจำเลยที่เหลือยังคงใช้ทนายความคนเดิมในการว่าความ
ต่อมา ศาลจังหวัดนนทบุรี ได้มีคำพิพากษา ในคดีการเสียชีวิตของนางสาวภัทรธิดา พัชระวีรพงษ์ หรือแตงโม
โดยพิเคราะห์แล้ว นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือปอ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามฟ้อง พิพากษาตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 5 ปี 8 เดือน ปรับเป็นจำนวนเงิน 128,000 บาท แต่จำเลยมีเจตนาจ่ายค่าชดเชยเยียวยาบรรเทาโทษแก่ผู้เสียหายหรือโจทก์ร่วม จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งและมีเหตุอันควรปราณี จึงพิพากษาให้จำคุกเหลือ 2 ปี 9 เดือน ปรับเป็นเงิน 64,000 บาท และให้รอการลงโทษเป็นระยะเวลา 3 ปี พร้อมกำหนดให้รายงานตัวและบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมสาธารณะ
ส่วน นายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือโรเบิร์ต จำเลยที่ 2 ศาลพิจารณาว่า มีความผิดตามฟ้องเช่นกัน และพิพากษาตัดสินจำคุกเป็นเวลา 4 ปี 4 เดือน และให้ปรับ 18,000 บาท แต่จำเลยมีเจตนาเยียวยาชดเชยค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจ จึงลดโทษให้กับเหลือโทษเป็นจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 2 เดือนปรับ 5,400 บาท และให้รอการลงโทษเป็นระยะเวลา 3 ปี และให้บำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและสาธารณะเช่นกัน