เร่งสอบ-ดำเนินคดี 10 ผู้ต้องหาแก๊งโรแมนซ์สแกม หลังรับตัวจากมาเลเซีย

อาชญากรรม8 ก.พ. 2562 • 09:45 น.
เร่งสอบ-ดำเนินคดี 10 ผู้ต้องหาแก๊งโรแมนซ์สแกม หลังรับตัวจากมาเลเซีย
วันที่ 8 ก.พ.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาต พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ควบคุม กำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ โดยได้ทำการสืบสวนและปราบปรามจนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลและการปฏิบัติการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการปราบปรามเครือข่ายแก็งคอลเซ็นเตอร์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่หลอกหลวงประชาชนได้รับความเดือดร้อน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้จัดตั้งศูนย์ปรามปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2562 ชุดปราบปราม พร้อมคณะทำงาน ได้บุกเข้าปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาใน 7 จุด ในย่านที่พักอาศัย กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย (จับกุมผู้ต้องหารวม 14 ราย เป็นบุคคลสัญชาติไทย 4 ราย และสัญชาติไนจีเรีย 10 ราย) และอีก 3 จุด ในประเทศไทย (จับกุมผู้ต้องหารวม 4 ราย เป็นบุคคลสัญชาติไทย 3 ราย และสัญชาติไนจีเรีย 1 ราย) รวมปฏิบัติการพร้อมกัน 2 ประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 18 ราย (บุคคลสัญชาติไทย 7 ราย และสัญชาติไนจีเรีย 11 ราย) ต่อมาวันที่ 7 ก.พ.62 เวลาประมาณ 20.00 น. ทางประเทศมาเลเซียได้ประสานส่งตัวผู้ต้องหาซึ่งมีหมายจับ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” จำนวน 10 คน ที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รับตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า วันที่ 8 ก.พ.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมชุดปฏิบัติการสยบไพรี ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 10 คน มาตรวจร่างกาย และจัดเก็บสารพันธุกรรม โดยแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ และสอบปากคำผู้ต้องหาที่ ศปอส.ตร. ส่วนการบุกเข้าทลายแก๊งโรแมนซ์สแกมครั้งนี้ เป็นการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในต่างประเทศครั้งที่ 10 ใน 7 ประเทศ นับเป็นความสำเร็จในการร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติของชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. ตามแนวทาง “One World One Team หรือ ตำรวจเป็นหนึ่งเดียวกันทั่วโลก" สรุปผลการประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศ จำนวน 10 ครั้ง 7 ประเทศ ครั้งที่ 1 ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 26 ม.ค.2561 จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 5 คน เป็นคนไต้หวัน จำนวน 3 คน, คนมาเลเซีย 2 คน ครั้งที่ 2 ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2561 จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 37 คน เป็นคนไต้หวัน 6 คน, คนไทย 26 คน และคนกัมพูชา 5 คน ครั้งที่ 3 ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2561 จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 16 คน เป็นคนไต้หวัน 5 คน และคนไทย 11 คน ครั้งที่ 4 ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมืองดูไบ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2561 จับผู้ต้องหา จำนวน 24 คน เป็นคนไต้หวัน 1 คน และคนไทย 23 คน ครั้งที่ 5 ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มณฑลฝูเจี้ยน เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2561 จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 7 คน เป็นคนไต้หวัน 1 คน และคนไทย 6 คน ครั้งที่ 6 ไต้หวัน เมืองไถ่หนาน เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2561 จับผู้ต้องหา จำนวน 21 คน เป็นคนไต้หวันทั้งหมด 21 คน ครั้งที่ 7 ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2561 จับผู้ต้องหา จำนวน 12 คน เป็นคนไต้หวัน 2 คน และคนไทย 10 คน ครั้งที่ 8 ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2561 จับผู้ต้องหา จำนวน 19 คน เป็นคนไต้หวัน 3 คน และคนไทย 16 คน ครั้งที่ 9 ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2561 จับผู้ต้องหา จำนวน 19 คน เป็นคนไต้หวัน 2 คน และคนไทย 17 คน ครั้งที่ 10 ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2562 จับผู้ต้องหา จำนวน 14 คน เป็นคนไนจีเรีย 10 คน และคนไทย 4 คน รวมจับกุมผู้ต้องหา ทั้งสิ้น 174 คน เป็นคนไต้หวัน 44 คน, คนไทย 113 คน, คนมาเลเซีย 2 คน, คนกัมพูชา 5 คน และคนไนจีเรีย 10 คน