ตำรวจ ปอท. เปิดปฏิบัติการ ลุยคุ้น 3 จุด กทม.-นนทบุรี บุกจับหนุ่ม ป.โท มหาลัยดัง แฮกข้อมูลโค๊ดใต้ฝาเครื่องดื่มชูกำลังแลกเงินดิจิตอล

อาชญากรรม23 มี.ค. 2566 • 10:32 น.
ตำรวจ ปอท. เปิดปฏิบัติการ ลุยคุ้น 3 จุด กทม.-นนทบุรี บุกจับหนุ่ม ป.โท มหาลัยดัง แฮกข้อมูลโค๊ดใต้ฝาเครื่องดื่มชูกำลังแลกเงินดิจิตอล

เมื่อเวลา 07.00 น.  วันที่ 23 มี.ค.2566 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.ท.ภานุภัทร กิตติพันธ์ รอง ผกก.1 บก.ปอท  นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3 จุด แบ่งเป็นพื้นที่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 จุด และ นนทบุรี 1 จุด เพื่อจับกุมนายสมประสงค์ อายุ 29 ปี และ นายวัชนันท์ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 824/2566 และ 825/2566 ลงวันที่ 21 มี.ค. 2566 ข้อหา ร่วมกันทุจริตหลอกลวงโดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ,ร่วมกันเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ , ร่วมกันทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกรบกวนหรือเสียหาย และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น” สองผู้ต้องหาขบวนการแฮกเกอร์ เจาะระบบโจรกรรมโค๊ดรางวัลเงินดิจิตอล 

โดยเป้าหมายสำคัญจุดแรกเป็นห้องพัก ชั้น 4 ตึก 47 ตั้งอยู่ในหมู่บ้านโครงการเอื้ออาทรบึงกุ่ม แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นห้องพักของ นายสมประสงค์ ทันทีที่เจ้าหน้าที่ไปถึงพบ นายสมประสงค์ กำลังนอนพักผ่อนอยู่กับน้องชายภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมนายสมประสงค์ พร้อมกับตรวจค้นภายในห้อง ก่อนตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง สิ่งเทียมอาวุธปืนหรือ บีบีกัน 1 กระบอก ฝาเครื่องดื่มจำนวนหนึ่ง 

ส่วนเป้าจุดสำคัญแห่งที่ 2 เป็นห้องพัก ตั้งอยู่ในซอยนวมิน 1 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ เป็นสถานที่พักอาศัยของ นายวัชนันท์ จากการตรวจค้นพบตัวนายวัชนันท์ พักอาศัยอยู่ภายในห้องเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และ หลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ไว้ตรวจสอบ

สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้มีตัวแทนจากบริษัททรูมันนี่ จำกัด และบริษัทที่เกี่ยวข้อง เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. ว่า มีคนร้ายแฮกระบบขโมยข้อมูลโค้ดรหัสใต้ฝาเครื่องดื่มพาวเวอร์ไทเทเนียม จำนวนกว่า 300,000 ครั้ง ก่อนนำโค๊ดที่ได้ไปสแกนขึ้นเงินรางวัลผ่านทรูมันนี่วอลเลท จำนวน 60,000 ครั้ง จนทางบริษัทได้รับความเสียหาย หลังรับเรื่องจึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส กระทั่งสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่ก่อเหตุ คือ นายสมประสงค์ และ นายวัชนันท์ ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบ นายสมประสงค์ นั้น ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโท คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงทำให้มีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับระบบซอฟแวร์คอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี 

จากการสอบสวนเบื้องต้นทั้งสอง ให้การรับสารภาพ โดยนายสมประสงค์ ยอมรับว่า ตนเองเป็นผู้ที่ลงมือแฮกระบบของบริษัทผู้เสียหาย เพื่อขโมยเอาโค๊ดรหัสใต้ฝาเครื่องดื่มชูกำลังมาใช้สแกนแลกเงินดิจิตอลจริง ซึ่งหลังจากได้โค๊ดรหัสมาแล้วก็จะให้ นายวัชนันท์ เพื่อนสนิท เป็นผู้นำไปสแกนแลกเงินรางวัล ก่อนจะนำเงินที่ได้มาแบ่งกัน ส่วนสาเหตุที่ทำไปก็เพื่อต้องการหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เนื่องจากปัจจุบันตกงานไม่มีรายได้

อย่างไรก็ตามหลังเสร็จสิ้นภารกิจการตรวจค้นจับกุม ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายเดินทางไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อทำการสอบปากคำอย่างละเอียด โดยมี พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. ร่วมทำการสอบปากคำด้วยตนเอง ก่อนจะแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงบ่ายของวันนี้