รวบ รองผกก.สภ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด ยิงเจ้าของโรงสีข้าวดับ
วันที่ 4 ม.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุ รอง ผกก.สภ.เมยวดี จว.ร้อยเอ็ด ก่อเหตุยิงเจ้าของโรงสีข้าว เสียชีวิต ในพื้นที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ว่าเมื่อ วันที 4 ม.ค. 63 เวลาประมาณ 11.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองร้อยเอ็ดว่า มีเหตุทะเลาะกันเรื่องขัดแย้งเกี่ยวกับปลาที่หลุดจากบ่อช่วงน้ำท่วม บริเวณ ถนนดินกลางทุ่งนา มีทุ่งนาและบ่อน้ำ บ.เหล่าใหญ่ ต.ดงลาน อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด จึงเดินทางไปตรวจสอบ ปรากฏว่า มีการยิงกันก่อนแล้ว โดย รอง ผกก.สภ.เมยวดี จว.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหา ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยาว ขนาดเบอร์ 12 บรรจุ 5 นัด ซึ่งพกติดตัวมาด้วยยิงนายอภิชาต พาโคกทม จำนวน 2นัด เป็นเหตุให้นายอภิชาติฯ ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลร้อยเอ็ด- ธนบุรี ซึ่งต่อมานายอภิชาตฯ ได้ถึงแก่ความตาย
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุพบผู้ต้องหาอยู่ที่เกิดเหตุและมีอาวุธปืนที่ใช้ในการกระทำความผิดอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหา ประกอบกับผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงนายอภิชาติ จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาและควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายจากนั้นได้ร่วมกับแพทย์นิติเวชศาสตร์ ชันสูตรพลิกศพ และส่งศพให้ผ่าพิสูจน์เพื่อทราบเหตุและพฤติการณ์แห่งการตาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ทำการสอบสวนต่อไป
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา รอง ผกก.สภ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหา ในฐาน ฆ่าผู้อื่น ตามมาตรา 288 ระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่15 ปี ถึง 20 ปี โดยขณะนี้ทางต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าว จะมีการตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการในทางวินัยและอาญากรณีดังกล่าวตามขั้นตอนของระเบียบและกฎหมายต ไม่มีการให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำผิดอย่างแน่นอน ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หน.หน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายระมัดระวังกิริยามารยาท ในการแสดงออกและขอเตือนเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย อย่าลุแก่อำนาจที่ตนมี
ทั้งนี้หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบกระทำด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบว่าได้กระทำผิดจริงให้ดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด อีกทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี