- โฆษณา -

“อนุทิน–พิพัฒน์” กระชับสัมพันธ์ไทย–ลาว รอบด้าน ผลักดันเชื่อมโยงคมนาคม พลังงาน และเศรษฐกิจภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เศรษฐกิจ16 ต.ค. 2568 • 19:51 น.
“อนุทิน–พิพัฒน์” กระชับสัมพันธ์ไทย–ลาว รอบด้าน ผลักดันเชื่อมโยงคมนาคม พลังงาน และเศรษฐกิจภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 สำนักงานนายกรัฐมนตรี และ หอคำ ทำเนียบประธานประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว คณะผู้แทนไทยนำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ โดยมีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงของไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมภารกิจ พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือรอบด้านระหว่างสองประเทศ

ภารกิจประกอบด้วยการหารือเต็มคณะกับ นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาว และการเข้าพบ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป.ลาว ณ หอคำ ซึ่งทั้งสองฝ่ายย้ำความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน พลังงาน ความมั่นคง และคมนาคมขนส่ง รวมถึงการร่วมกันป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อประโยชน์ของประชาชนไทย–ลาว

- โฆษณา -

นายกรัฐมนตรี อนุทิน กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีและภูมิใจที่ได้เยือนลาวอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณท่านนายกสอนไซฯ และรัฐบาลลาวที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ไทย–ลาวมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นดั่งเครือญาติ ปีนี้ครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต และเป็นโอกาสสำคัญในการสานต่อความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

นายทองลุน ประธานประเทศฯ แสดงความยินดีต่อการเยือนของคณะไทย และยืนยันความพร้อม เข้าร่วมพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ–บอลิคำไซ) ในช่วงปลายปี 2568 โดยมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานฝ่ายไทย อันเป็นวาระสำคัญที่สะท้อนสายสัมพันธ์อันมั่นคงของสองประเทศ

นายพิพัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงทิศทางความร่วมมือว่า การเชื่อมโยงคมนาคมไทย–ลาวคือหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค โครงการต่าง ๆ ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือเส้นทางแห่งมิตรภาพ โอกาสทางอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนสองฝั่งโขง โดยความคืบหน้าโครงการสำคัญที่ประชาชนจะเห็นผลเป็นรูปธรรม เบื้องต้นได้แก่

•สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ–บอลิคำไซ) ก่อสร้างแล้วเสร็จ เตรียมเปิดใช้ ธันวาคม 2568 ช่วยย่นระยะเวลา–ต้นทุนขนส่ง เชื่อมไทย–ลาว–เวียดนาม หนุนท่องเที่ยวและการค้าชายแดนภาคอีสาน

•ปรับปรุงสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 1 (หนองคาย–เวียงจันทน์) เพื่อรองรับการบรรทุกน้ำหนักลงเพลา U20 แทน U15 เดิม เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยการขนส่งสินค้า

•สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ (ใกล้สะพานแห่งที่ 1) อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาออกแบบรายละเอียด และ EIA ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างปี 2570 แล้วเสร็จปี 2573 เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงลาว จีน

•ทางรถไฟ เวียงจันทน์–นครหลวงเวียงจันทน์ ระยะทาง 10 กม. ปิด “missing link” ของระบบราง โดยสปป.ลาวอยู่ระหว่างพิจารณาว่ามีความสนใจที่จะดำเนินโครงการดังกล่าวหรือไม่

ทั้งหมดมีเป้าหมายคือให้คนเดินทประชาชนเดินทางสะดวกขึ้น ธุรกิจส่งของได้เร็วขึ้น ต้นทุนลดลง เมืองชายแดนคึกคักขึ้น และเยาวชนมีโอกาสงานมากขึ้น เราจะทำให้ไทย–ลาวเป็นแกนกลางโลจิสติกส์ของลุ่มน้ำโขง (GMS) อย่างแท้จริง

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมดำเนินงานตามนโยบายเพื่อเร่งรัดความร่วมมือกับสสป.ลาวในทุกมิติ ทั้งถนน รถไฟ และระบบขนส่งสาธารณะ สิ่งสำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ที่ประชาชนทั้งสองประเทศจะได้รับ ในการเดินทางที่สะดวกขึ้น หรือโอกาสในการค้าขายและประกอบอาชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง