- โฆษณา -

"กรมศุลฯ" โชว์ NEXT DRIVE CUSTOMS ตั้งเป้าเก็บภาษีปี 69 ทะลุ 6 แสนล. เข้มเอกซเรย์ผดส.ขาออก-สุนัขK9 สกัดขนส่งยาเสพติด

เศรษฐกิจ6 ก.ค. 2569 • 17:25 น.
"กรมศุลฯ"  โชว์ NEXT DRIVE CUSTOMS ตั้งเป้าเก็บภาษีปี 69 ทะลุ 6 แสนล. เข้มเอกซเรย์ผดส.ขาออก-สุนัขK9 สกัดขนส่งยาเสพติด

"กรมศุลกากร" ครบรอบ 152 ปี ก้าวสู่มิติใหม่ NEXT DRIVE CUSTOMS ยกระดับองค์กรให้ทันสมัย เข้าถึงง่าย มั่นใจปี 69 จัดเก็บภาษีเกิน 6 แสนล้านบาท คุมเข้มส่งออกของผิดกฎหมาย เตรียมเอ็กซเรย์สินค้าส่งออก

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากร ขานรับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้นโยบาย “10พลัส” และ “ENGINE เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” อันเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับองค์กรครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด NEXT DRIVE CUSTOMS มุ่งปรับภาพลักษณ์และบทบาทของกรมศุลกากรใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ TRADE ENABLER การใช้มาตรการทางศุลกากรเพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้า SOCIAL PROTECTOR : การคุ้มครองสังคมและความมั่นคงของประเทศ และ REVENUE COLLECTOR : การจัดเก็บรายได้ทุกประเภทของรัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) จัดเก็บรายได้รวม 476,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นอากรศุลกากร 85,766 ล้านบาท และการจัดเก็บรายได้แทนกรมสรรพากร 308,016 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 43,725 ล้านบาท และกระทรวงมหาดไทย 38,596 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่จัดเก็บได้ดังกล่าวจะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ จากทิศทางใน 9 เดือนแรก มองว่าสิ้นปีงบประมาณ 69 จัดเก็บภาษีเกิน 6 แสนล้านบาท และเพื่อความโปร่งใส นับเป็นปีแรก ยกเลิกการจ่ายค่ารางวัลสินบน นำจับ ซึ่งได้ใช้มากว่าร้อยปี

- โฆษณา -

นอกจากนี้ภายใต้บทบาท SOCIAL PROTECTOR กรมศุลกากรได้เร่งปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นอย่างเข้มข้น สามารถตรวจยึดของผิดกฎหมาย การหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากร 43,796 คดี สูงกว่าปีก่อนถึงร้อยละ 20 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,600 ล้านบาท เช่น การตรวจยึดยาเสพติดให้โทษ อาทิ ไอซ์ เฮโรอีน ยาบ้า เคตามีน โคเคน ได้รวมถึง 214 คดี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 691 ล้านบาท ปริมาณรวมกว่า 917 กิโลกรัม บุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้า ในช่วง 9 เดือนแรกงบประมาณปี69 ตรวจยึดสินค้ากัญชาได้ถึง 3,309 คดี มูลค่ากว่า 474 ล้านบาท ศุลกากร จึงเตรียมตรวจเอ็กซ์เรย์สินค้าส่งออก ป้องกันพกพา นำสินค้าผิดกฎหมายออกนอกประเทศ

นายพันธ์ทอง กล่าวว่า กรมฯ มีเป้าหมายสำคัญในการสกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติดไปยังประเทศอื่น โดยปรับเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยเฉพาะผู้โดยสารฝั่งขาออกที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศ ซึ่งในอดีตอาจจะไม่ได้มีการเข้มงวดจึงทำให้ที่ผ่านมากลุ่มอาชญากรข้ามชาติมักฉวยโอกาสในใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเยี่ยมของไทย อาทิ สนามบินสุวรรณภูมิ หรือท่าเรือแหลมฉบัง ในการใช้เป็นเส้นทางลักลอบขนส่ง อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวก็มีความท้าทายในการรักษาสมดุล คือต้องไม่ให้กระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีตู้คอนเทนเนอร์ถูกขนส่งเข้าออกในประเทศสูงถึง 13 ล้านตู้ และผู้เดินทางกว่า 85 ล้านคน ซึ่งกรมฯ ไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด 100% จึงต้องมีตาข่ายกรอง หรือการใช้ระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่จะนำเอาข้อมูลทั้งหมดให้เอไอวิเคราะห์และคัดกรอง ทั้งบุคคลตลอดจนตู้สินค้าที่มีความเสี่ยงแทน

“ไทยไม่ใช่แหล่งผลิตยาเสพติด แต่โชคร้ายที่กลับเป็นทางผ่านในการขนส่ง เนื่องจากอยู่ใกล้กับแหล่งผลิต และด้วยไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่เจริญแล้ว ไม่ว่าจะเป็นถนน คมนาคม ขนส่ง สนามบินสุวรรณภูมิ ท่าเรือแหลมฉบัง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไทยถูกใช้เป็นทางผ่านในการขนส่งยาเสพติด ดังนั้น กรมจึงต้องมาปรับในเรื่องของการส่งออกให้มีความเข้มงวดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องเอกซเรย์ (X-ray) ฝั่งผู้โดยสารขาออกที่เดินทางไปต่างประเทศ รวมทั้งสุนัข k9 ซึ่งในอดีตอาจไม่มีเพราะถูกมองว่าจะเป็นภาพลักษณ์ไม่ดี” นายพันธ์ทอง กล่าว

นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ ขณะนี้กรมฯ มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนเครื่องเอกซเรย์เดิมที่ท่าเรือแหลมฉบังจำนวน 2 เครื่องที่ใช้งานมาเกือบ 20 ปี และอยู่ระหว่างการหารือกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT (การท่าอากาศยาน) เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องเอกซเรย์เพิ่มเติมสำหรับฝั่งขาออก ทั้งในส่วนของอาคารผู้โดยสารและคลังสินค้า (Cargo) โดยในเบื้องต้นได้เริ่มนำสุนัขดมกลิ่น (K9) ที่จากเดิม 6 ตัว เป็น 9 ตัว เพื่อเข้ามาปฏิบัติงานเพื่อช่วยดมหาความผิดปกติของพัสดุภัณฑ์และผู้โดยสารขาออกแล้ว ทั้งนี้ปัจจุบันเริ่มมีการนำร่องใช้เครื่องเอกซเรย์ในฝั่งผู้โดยสารขาออกแล้ว แต่ด้วยงบประมาณที่มีอยู่จำกัด ทำให้ยังต้องนำกระเป๋าต้องสงสัยไปสแกนในเครื่องเอกซเรย์ขาเข้า

“ยอมรับทางสากลนิยมทำน้อยมาก แต่เพื่อป้องกันเรื่องผิดกฎหมาย จากเดิมไม่ค่อยเข้มงวดสินค้า และผู้เดินทางออกนอกประเทศ แม้ไทยไม่ใช่แหล่งผลิตยาเสพติด แต่มีชายแดนติดกับประเทศผลิตยาเสพติด จึงต้องเข้มงวดการใช้ไทยเป็นตัวกลางส่งผ่านไปยังประเทศที่สาม การนำตำรวจหมา K9 มาช่วยดมกลิ่นในสนามบิน สินค้าส่งออก อาจต้องมาเข้มงวดมากขึ้น ผ่านหลายมาตรการ แต่คงไม่ตรวจทั้งหมดตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด 13 ล้านตู้ โดยวิเคราะห์ความเสี่ยงของผู้โดยสาร และตู้สินอาจผิดกฎหมาย“ นายพันธ์ทอง

ทั้งนี้ภายใต้บทบาท TRADE ENABLER กรมศุลกากร ภายใต้แนวคิด "รับฟัง เพื่อพัฒนา และร่วมสร้างอนาคต" ได้ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ พิธีการ เช่น เก็บภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ตั้งแต่บาทแรกสำหรับสินค้านำเข้าต่ำกว่า 1,500 บาท การทำ MOU กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ลดระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้าถ่ายลำจากเฉลี่ย 4.58 วัน เหลือเพียง 0.65 วัน หรือลดลงร้อยละ 85.81 เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิก OECD