"ส.อ.ท." ชี้ล็อกดาวน์ 3 จังหวัดเพิ่มไม่กระทบภาคการผลิต จี้รัฐตรวจเชิงรุก-ปูพรมวัคซีน-เยียวยาเพิ่ม
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท. ) เปิดเผยว่า กรณีที่มีราชกิจจาประกาศพื้นที่ล็อกดาวน์เพิ่มเติม 3 จังหวัด จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีผลบังคับใช้ 20 ก.ค.64 นั้น ถ้าหากยังใช้มาตรการเท่าเดิมเพียงแค่ขยายพื้นที่ ทางภาคเอกชนยอมรับได้ ภาคการผลิตยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากเพิ่มมาตรการควบคุมอื่นด้วยต้องพิจารณาอีกครั้ง
ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญคือ มาตรการควบคุมสถานการณ์โดยเฉพาะการเพิ่มการตรวจคัดแยก เชิงรุก โดยใช้ antigen rapid test เพื่อคัดแยกคนที่แข็งแรงออกจากคนที่ป่วย ตามที่นายกฯมีนโยบายว่าจะให้ทำแต่ละบ้านในกลุ่มเสี่ยงจะเริ่มได้เมื่อไร หากยิ่งดำเนินการได้เร็วเพียงใดยิ่งดี จะเป็นการลดโอกาสการแพร่เชื้อที่กำลังขยายวงกว้าง ซึ่งผมห่วงว่ายิ่งช้าจะทำให้มีการไปรอคิวเพื่อตรวจเชื้อ จนคนหนาแน่น อาจจะทำให้มีผู้ที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก
ขณะเดียวกันแผนการจัดหาและกระจายวัคซีนโดยเฉพาะการจัดหาวัคซีน เพื่อมาชดเชยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่ไม่เป็นไปตามแผนจะส่งให้ไทย เดือนละ 10 ล้านโดส เมื่อไม่ได้จะแก้ไขอย่างไร ตอนนี้เรายังไม่เห็นแผนวัคซีน ก่อนหน้านี้เราเคยเห็นแผนวัคซีน ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ หากไม่มีวัคซีนการแพร่ระบาดไม่ลดลงอยู่ดี
ส่วนมาตรการเยียวยาต้องมีการเตรียมพร้อมแบบคู่ขนานไปด้วย หากใช้มาตรการชุดเดิมที่เคยใช้ใน 10 จังหวัดที่ล็อกดาวน์ มองว่าบางมาตรการยังไม่มีรายละเอียดในทางปฏิบัติ เช่น การลดค่าน้ำค่าไฟจะลดในอัตราเท่าไหร่ก็ยังไม่ทราบแน่ชัด หรือบางมาตรการได้เพียงแค่ระยะสั้นเช่นการพักหนี้ 2 เดือน คิดว่าไม่น่าจะเพียงพอ หากมีผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นรัฐบาลก็ควรจะต้องเตรียมมาตรการในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน