ผู้ใช้แรงงานลุ้น! ค่าแรงขั้นต่ำรอบ 2 “ถึง-ไม่ถึง” 400 บาท ส.อ.ท. หวั่น “เอสเอ็มอี” กระทบต้นทุนขายของยาก

เศรษฐกิจ15 มี.ค. 2567 • 23:00 น.
ผู้ใช้แรงงานลุ้น! ค่าแรงขั้นต่ำรอบ 2 “ถึง-ไม่ถึง” 400 บาท ส.อ.ท. หวั่น “เอสเอ็มอี” กระทบต้นทุนขายของยาก

ผู้ใช้แรงงานกำลังมีข่าวดี กับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ที่เตรียมจะคำนวณ และประกาศใช้ตามที่กระทรวงแรงงานมีเป้าหมายที่จะให้มีผลในเดือนเมษายนนี้

โดยล่าสุด “ธนิต โสรัตน์” รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า  วันที่ 26 มีนาคม 2567 คณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ซึ่งได้ตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุดเพื่อมาพิจารณาจัดทำสูตรในการคำนวณใหม่การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ รวมถึงสำรวจข้อมูลที่จะมาประกอบสูตรใหม่ที่เหมาะสมเพื่อประกาศขึ้นค่าแรงในปี 2567 รอบที่ 2 ที่กระทรวงแรงงานมีเป้าหมายที่จะประกาศให้ทันในเดือน เม.ย.นี้ โดยเบื้องต้นจากการประชุมเมื่อ 27 ก.พ.นี้ได้ข้อยุติในเรื่องของการคำนวณสูตรออกมาเบื้องต้นคือค่าแรงจะเป็นสูตรที่เพิ่มขึ้นอีก 1.5% จากการปรับขึ้นค่าแรงเมื่อ 1 ม.ค. 67 เฉลี่ยที่ขึ้น 2-16 บาท/วันหรือรวมขึ้นเฉลี่ย 2.37%

"การคำนวณสูตรใหม่จะอิงที่ประสิทธิภาพแรงงาน ใช้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) รายจังหวัด และอิงอัตราเงินเฟ้อในปี 2566 ซึ่งเป็นไปตามสูตรที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานปี 2560 (ม.87) ซึ่งอัตราที่บวกเพิ่มจาก 2.37% อีก 1.5% นั้นจะปรับขึ้นบวกไปอีกเล็กน้อยจากเดิมแต่สูงสุดยังคงไม่ถึง 400 บาท/วัน ซึ่งนายจ้างและลูกจ้างก็พอใจ”

อย่างไรก็ตาม การประชุมที่ผ่านมายังไม่ได้ข้อสรุปถึงแนวทางที่กระทรวงแรงงานต้องการให้มีการปรับขึ้นเป็นรายเขตเทศบาล เช่น กทม. เช่น เขตปทุมวัน สงขลาก็เขตเทศบาลหาดใหญ่ ฯลฯ แต่ปัญหาคือ GDP รายเขต เทศบาลไม่มี ซึ่งอาจจะใช้สูตรผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP) ขณะเดียวกันจะกำหนดประเภทกิจการที่จะพิจารณาในการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ประเด็นดังกล่าวยังไม่มีข้อยุติ ดังนั้นจึงจะมาสรุปในวันที่ 26 มี.ค.นี้อีกครั้ง

“การคำนวณสูตรค่าแรงขั้นต่ำเป็นไปตาม พ.ร.บ.ฯ ที่สมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกเอาไว้ซึ่งแตกต่างจากในปี 2557 ที่ไม่ได้ดำเนินการทำให้การขึ้นค่าแรง 300 บาท/วันทำได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนึงถึงสูตร ซึ่งหากจะทำได้ต้องไปยกเลิกกฎหมายตัวนี้ ซึ่งเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวดีอยู่แล้วเพื่อป้องกันนักการเมืองในการใช้หาเสียง”

เป็นการยืนยันของคณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้แรงงานได้สบายใจ!!!

ขณะที่ “แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย” (ส.อ.ท.) บอกว่า การทบทวนค่าแรงดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อไทยที่ได้ตั้งเป้าหมายให้เห็นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท/วัน แต่ภาพรวม 1 ม.ค. 67 ขึ้นได้เพียง 2-16 บาท/วัน มีเพียง จ.ภูเก็ตที่ได้ 370 บาท/วัน จึงสั่งให้ทบทวน อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นรอบ 2 ในเดือน เม.ย.นี้แม้ว่าจะดูไม่มากเข้าใจว่ารัฐบาลต้องการสร้างกำลังซื้อให้คนไทยที่อยู่ในภาวะค่าครองชีพสูงแต่เป็นการควักเงินของผู้ประกอบการ แต่เมื่อหันมามองผู้ประกอบการโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) กำลังลำบากทั้งต้นทุนดอกเบี้ยที่สูง แรงซื้อประชาชนต่ำ แถมโดนสินค้าจีนทะลักเข้ามา ทำให้เอสเอ็มอีกำลังจะล้มกันจำนวนมาก รัฐเองควรจะมองในแง่มุมนี้ด้วย

“ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะไปหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มรายได้ให้คนไทยมากกว่าการจะไปขึ้นค่าจ้างรอบ 2 ที่จะยิ่งซ้ำเติมธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอีให้แย่ไปกว่านี้ท่ามกลางหนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพที่สูงและค่าแรงขึ้นสินค้าก็จะตามมาอีก ขณะที่แนวโน้มค่าพลังงานโดยเฉพาะไฟฟ้าเองก็ยังคงสูงระดับ 4.18 บาท/หน่วยท่ามกลางฤดูร้อนที่รายจ่ายประชาชนยิ่งลำบาก”

อย่างไรก็ตาม “นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ” รมว.กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า มีการขึ้นแรงงานขั้นต่ำไปครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2567 ที่ผ่านมา ตนได้เรียนกับนายกรัฐมนตรีว่า ตามนโยบายรัฐบาลควรมีค่าแรงขั้นต่ำที่ 400 บาท ตอนนี้ตนได้มอบหมายปลัดกระทรวงแรมงงานเป็นประธานชุดใหญ่ของไตรภาคีและต้องมีการตั้งอนุกรรมการศึกษา โดยมีรองปลัดกระทรวงเป็นประธานแล้ว มีการประชุมไปเป็นที่เรียบร้อยจะหาข้อสรุปมาให้ได้ใน 10 จังหวัดนำร่อง ที่ประกาศว่าจะมีค่าแรงขั้นต่ำในบางอาชีพบางพื้นที่ที่ 400 บาท มีอาชีพอะไรบ้าง จังหวัดไหนบ้างในแต่ละพื้นที่ให้คณะอนุกรรมการศึกษา

จากนั้นวันที่ 26 มีนาคมนี้ จะมีการประชุม และจะมีการประกาศอย่างช้าที่สุดไม่เกินวันที่ 12 เมษายน จะประกาศให้เป็นของขวัญวันปีใหม่ไทย ที่ 400 บาทแล้ว หลังจากนั้นคณะอนุกรรมการชุดนี้คงจะทำงานต่อจนถึงสิ้นปีโดยแต่ละจังหวัดท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นประธานอนุกรรมการ และแต่ละจังหวัดจะหาค่าเฉลี่ยหรือมีอาชีพอะไรบ้างที่จะปรับค่าแรงงานขั้นต่ำในปี 68 นี้ ขึ้นไปเท่าไรใน 10 จังหวัดนำร่องในภาคใต้มี จ.สงขลา,กระบี่,พังงา,ภูเก็ต,สุราษฎร์ธานี  ส่วนภาคกลาง มี จ.ระยองบางส่วน มี จ.ชลบุรี,กทม. ภาคเหนือมี จ.เชียงใหม่ อีกจังหวัดจำไม่ได้ว่ามีจังหวัดอะไร โดยจะเลือกอาชีพที่ฟื้นแล้วหลังจากโควิด-19

สุดท้ายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ก็ต้องยอมรับด้วยว่า ตัวเรามีการพัฒนามากน้อยแค่ไหน ซึ่งไม่ควรมองข้ามศักยภาพของตนเอง ต้องพร้อมที่จะพัฒนาและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นการเสริมจุดด้อย สร้างจุดแข็งให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอารมณ์ ทักษะด้านภาษา ทักษะด้านการสื่อสาร ระบบการคิด การอ่าน การเขียน การนำเสนอ รวมถึงวินัยในตนเองในด้านต่าง ๆ

“ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นที่การชนะใจตนเอง”