คลังเชื่อเศรษฐกิจปี 64 ฟื้น เปิดขั้นตอนคนละครึ่งเฟส 2 ลงทะเบียนรับสิทธิ16 ธ.ค.

เศรษฐกิจ15 ธ.ค. 2563 • 00:10 น.
คลังเชื่อเศรษฐกิจปี 64 ฟื้น เปิดขั้นตอนคนละครึ่งเฟส 2 ลงทะเบียนรับสิทธิ16 ธ.ค.
“คลัง” จ่อปรับประมาณการจีดีพีปี 64 ชี้ ศก.ฟื้นตัวรับมาตรการรัฐจากคนละครึ่ง-บัตรสวัสดิการรัฐ พร้อมเปิดขั้นตอนกดรับสิทธิ"คนละครึ่งเฟส 2” 16 ธันวาคมนี้ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.63 น.ส.กุลยา ตันติเตมิท รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2564 ใหม่ โดยมีแนวโน้มปรับลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.5% เป็นผลมาจากเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ปรับตัวดีขึ้นจากที่คาด หลังจากที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ประกาศตัวเลข GDP ในไตรมาส 3/2563 ลดลง -6.4% ซึ่งดีกว่าที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้มาก ทำให้เชื่อว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะขยายตัวได้ดีกว่าที่กระทรวงการคลังเคยคาดการณ์ว่าจะลดลงมากถึง -7.7% โดยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะฟื้นตัวได้ดีกว่าปีนี้อย่างชัดเจน โดยเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาล ทั้งโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท และโครงการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม วงเงิน 2.1 หมื่นล้านบาท รวมกว่า 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้มีเม็ดเงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ และช่วยให้ GDP ปีหน้าขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.2% ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่งจะต้องไม่มีการล็อกดาวน์อีกรอบสอง โดยประชาชนจะต้องร่วมมือกัน เพราะต้นทุนในการป้องกันต่ำกว่าการเยียวยา แต่ถ้ามีการล็อกดาวน์ก็เชื่อว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าปี 2563 ขณะที่การส่งออกไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณที่ดีขึ้นของประเทศคู่ค้าได้แก่ จีน เวียดนาม และสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ต้องติดตามภาคบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 60% ของ GDP ว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้เร็วแค่ไหน รวมทั้งต้องรอดูนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนใหม่ว่าจะมีการดำเนินนโยบายด้านการเงินและการคลังอย่างไร ส่วนประเด็นการเมืองภายในประเทศมองว่ายังไม่มีผลกระทบที่เป็นนัยสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ากระทรวงการคลังเตรียมพิจารณาขยายเวลาลดภาษีที่ดินสำหรับปี 2564 ออกไปอีก 1 ปี เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ ซึ่งการจะดำเนินการใดๆต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนว่าจะมีข้อสรุปอย่างไร เพื่อนำเสนอให้ รมว.คลัง ได้พิจารณาก่อนส่งเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป น.ส.กุลยา ยังเปิดเผยอีกว่า ระบบการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 พร้อมเปิดรับลงทะเบียนสำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติมอีก5 ล้านคน ในวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2563 โดยคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนจะต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่ใช่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 23.00 น. จนกว่าจะครบ 5 ล้านสิทธิ โดยผู้ที่ถูกตัดสิทธิจากการไม่ใช่สิทธิโครงการคนละครึ่งระยะแรกสามารถลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 ได้ สำหรับผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งกลุ่มเดิมสามารถกดปุ่มยืนยันการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนี้มีขั้นตอนเช่นเดียวกับโครงการคนละครึ่งระยะแรก คือ 1) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com โดยกรอกข้อมูลชื่อ - สกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน รหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด และเบอร์โทรศัพท์ที่จะติดตั้งแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" 2) รอรับ SMS แจ้งผลการลงทะเบียน และ 3) ติดตั้งแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และยืนยันตัวตน และเมื่อดำเนินการครบก็สามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อรับสิทธิเงินร่วมจ่ายจากรัฐร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ระหว่างเวลา 06.00 น. – 23.00 น. ซึ่งผู้ได้รับสิทธิจะต้องเริ่มใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตนได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิหรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิและไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก สำหรับผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งกลุ่มเดิมสามารถกดปุ่มยืนยันการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 ในแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" โดยจะใช้จ่ายวงเงิน 3,000 บาทเดิม ได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 และใช้จ่ายวงเงินเพิ่มอีก 500 บาท ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ซึ่งปุ่มยืนยันการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 จะปรากฏเตือนบนหน้าแอปพลิเคชันทุกครั้งจนกว่าผู้ได้รับสิทธิเดิมจะกดยืนยันรับสิทธิ และปุ่มดังกล่าวจะไม่มีวันหมดอายุ (แผนภาพตัวอย่างปุ่มยืนยันการเข้าร่วมโครงการสำหรับผู้ได้รับสิทธิเดิมปรากฏตามด้านล่าง) ทั้งนี้ ขอย้ำว่าผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งระยะแรกและระยะที่ 2 จะไม่สามารถใช้สิทธิมาตรการช้อปดีมีคืนได้ ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่จำแนกกลุ่มเป้าหมายของโครงการและมาตรการต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจนไม่ให้ซ้ำซ้อนลักลั่นกัน สำหรับผู้ประกอบการร้านค้ายังคงสมัครเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของโครงการคนละครึ่ง ณ วันที่ 13 ธันวาคม 2563 มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 9.7 แสนร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 9,537,093 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 43,330.80 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 22,156.50 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 21,174.3 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา ชลบุรี เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช ตามลำดับ