ผู้ใช้แรงงานเฮ!! ครม.ไฟเขียวค่าแรง 400 บาท ทั่วประเทศ นายจ้างร้องจ๊าก!! ค้านหัวชนฝา

เศรษฐกิจ17 พ.ค. 2567 • 23:00 น.
ผู้ใช้แรงงานเฮ!! ครม.ไฟเขียวค่าแรง 400 บาท ทั่วประเทศ นายจ้างร้องจ๊าก!! ค้านหัวชนฝา

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศจะได้ค่าแรงใหม่ ในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ  400  บาทต่อวันเท่ากัน ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับในเดือนกันยายน ถึงตุลาคม 2567 นี้ โดยเป็นการประกาศยืนยันจาก “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี

เช่นเดียวกับผู้ที่ชงเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมครม.จนเป็นผลที่มาของเรื่องนี้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ยืนยันเดินหน้าการปรับค่าจ้างเป็น 400 บาทเท่ากันทั่วประเทศ ทุกสาขาอาชีพ ซึ่งการปรับขึ้นค่าแรงครั้งนี้ยอมรับว่าอาจกระทบกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) แต่เตรียมหารือกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เพื่อหามาตรการเยียวยา ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ อาทิ ด้านภาษี และการอัพสกิล รีสกิล ให้กลุ่มลูกจ้าง

อย่างไรก็ตาม การปรับค่าจ้าง 400 บาททั่วประเทศ ยืนยันประเทศไทยไม่ได้ปรับเพิ่มสูงกว่าประเทศอื่น ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย ล้วนค่าจ้างสูงกว่าไทย ซึ่งกระทรวงแรงงานเตรียมนำข้อมูลเรื่องของค่าจ้างของไทยและต่างประเทศทำข้อมูลเปรียบเทียบให้เห็นว่า เมืองไทยค่าจ้างไม่ได้สูงกว่าคู่แข่ง

ทั้งนี้กระทรวงแรงงานพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ กรณีที่จะมีการปรับค่าจ้างเป็น 400 บาททั่วประเทศ เพื่อหาวิธีช่วยเหลือ ซึ่งจำเป็นต้องรู้ว่าผู้ประกอบการได้รับผลกระทบอย่างไร จึงจะหามาตรการช่วยได้ และจะนำข้อมูลเกี่ยวกับการปรับค่าจ้าง เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบด้วย

ขณะที่ด้านนายจ้างออกมาแสดงความเห็นเรื่องนี้ “อรรถยุทธ ลียะวณิช” ผู้แทนฝ่ายนายจ้างในคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 (บอร์ดค่าจ้าง) ระบุ หลังจากที่มีการประชุมบอร์ดค่าจ้างเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา ทางฝ่ายนายจ้างก็ยังไม่ได้นัดหารือกันถึงเรื่องนี้ เพราะหลังจากที่มติในที่ประชุมบอร์ดค่าจ้างออกมาแบบนั้น ก็พูดไม่ถูกแล้ว ส่วนเรื่องที่ ครม.รับทราบไทม์ไลน์การขึ้นค่าจ้างนั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียด

“วาระการประชุมเมื่อวานมีแต่กรอบแนวทางพิจารณามา แต่ไม่ส่งไส้ในมาให้อ่านก่อนว่าจะประชุมว่าอะไร แล้วพอไปถึงก็เอาตามที่ตัวเองตั้งใจไว้ ก็คือจะเปลี่ยนสูตรที่มีมติไปแล้วในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสูตรที่ทุกคนเห็นด้วย เห็นพ้องตรงกันว่าจะใช้สูตรนี้ ฉะนั้นแบบนี้ถูกต้องหรือเปล่า”

และจากที่ ครม.ประกาศรับทราบไทม์ไลน์มาแล้ว เป็นการบีบหรือกดดันบอร์ดค่าจ้างหรือไม่หรือ นายอรรถยุทธ กล่าวว่า ใช่ แต่ต้องย้ำว่านายจ้างยินดีที่จะขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอยู่แล้ว แต่ขอให้ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ตามปฏิทินที่กำหนดร่วมกันไว้ ส่วนจะเป็นเท่าไหร่ต้องดูสภาพเศรษฐกิจ ณ ตอนนั้น ซึ่งบอร์ดมีหน้าที่ในการพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้น ถ้าจะขึ้นแล้ว ขึ้นเท่าไหร่นั้น ก็คงตอบไม่ได้ ที่ผ่านมาก็ตอบไม่ได้ว่าจะขึ้นเท่าไหร่ จนถึงวันที่พิจารณาแล้วเสร็จก็ถึงจะทราบตัวเลข

ด้าน “ไพโรจน์ โชติกเสถียร” ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า แต่ละจังหวัดจะมีการขึ้นค่าจ้างในอัตราเท่าไหร่ และให้กำหนดวันที่จะบังคับใช้ด้วยว่าควรบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2567 หรือ 1 มกราคม 2568 การพิจารณาค่าจ้างภายใต้คณะกรรมการไตรภาคีในครั้งนี้ จะให้เกียรติคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดก่อน ในการจัดประชุมเพื่อพิจารณานำเสนอแนะอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัด ภายใต้กรอบแนวคิดในเรื่องของค่าครองชีพของจังหวัดนั้น ๆ สภาพเศรษฐกิจ สภาพเงินเฟ้อ และที่สำคัญที่ต้องมอง คือ ราคาสินค้าในท้องตลาดของจังหวัดนั้น ๆ ด้วย เนื่องจากบริบทของแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน

นายไพโรจน์ กล่าวว่า เราเข้าใจบางกิจการที่มีกำลังน้อย เช่น ธุรกิจเอสเอ็มอี ค้าปลีก ค้าส่ง หรือแม้กระทั่งภาคเกษตร ชาวสวน ชาวไร่ ซึ่งต้องมาดูรายละเอียด อยากให้จังหวัดซึ่งรู้บริบทความต้องการความจำเป็นของการจ้างงานในจังหวัดนั้น ๆ เสนอมาให้คณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองพิจารณาความต้องการความจำเป็นของการขึ้นค่าจ้าง

ขณะที่ “นายอรรถยุทธ ลียะวณิช” คณะกรรมการค่าจ้าง ฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า ฝ่ายเลขานุการเสนอให้ศึกษาวิจัยว่าภาคอุตสาหกรรมใดควรปรับขึ้นค่าแรงอย่างไร รวมถึงประเภทธุรกิจที่จะปรับขึ้น เพื่อนำมาเสนออีกครั้งในวันที่ 19 มิ.ย.2567

“นายจ้างมีข้อสังเกตว่าการพิจารณาขึ้นค่าแรงเร่งรีบกว่าปกติ ซึ่งเดิมจะให้คณะอนุกรรมการจังหวัดเสนอภายในเดือน ส.ค.เพราะต้องเก็บข้อมูลตลอดปลายปี 2566 จนถึงวันที่ 31 ส.ค.2567 และต้องรอข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ที่จะออกมาในเดือน ก.ย.ก่อนเสนอคณะอนุกรรมการวิชาการกลั่นกรองเดือน ต.ค.และประกาศใช้เดือน ม.ค.2568”

นายเนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) ระบุว่า สภาองค์การนายจ้าง 16 แห่ง ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และประธานคณะกรรมการไตรภาคี เพื่อคัดค้านการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท พร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ประเทศอยู่ช่วงเปราะบางมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อ ค่าเงินบาท ราคาพลังงาน มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งที่สำคัญขีดความสามารถในการแข่งขันด้อยลงเรื่อย

ดังนั้นเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้ ไม่พร้อมที่จะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ทั่วประเทศอย่างแน่นอน

จึงต้องรอดูกันต่อไปว่า “เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ” ที่ประกาศปรับขึ้นครั้งนี้ จะเดินหน้าได้หรือไม่!?!

ลุ้นกันทั้งนายจ้าง และลูกจ้าง ใครจะเข้าวิน!!!