ภาคธุรกิจวอนรัฐเร่งอนุมัติเปิดกิจการก่อนเจ๊ง หอการค้าชี้ Q1 ค้าปลีกเสียหาย3-4 แสนล้าน
ผู้ประกอบการวอนรัฐเร่งเปิดให้กลับมาทำธุรกิจก่อนแบกรับต้นทุนไม่ได้ ด้าน ม.หอการค้าไทยเผยโควิด-19 ฉุดดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดไตรมาสแรกปี 63 ต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส ค้าปลีกเสียหาย 3-4 แสนล้าน คาดทั้งปีเสียหาย 1 ล้านล้านบาท
นายสุรงค์ บูลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า กลุ่มค้าปลีกของหอการค้าแห่งประเทศไทย ประชุมได้ข้อสรุปว่า วิกฤติโควิด-19 ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้า การค้าปลีกต่างๆมีการปรับวิธี แต่ทุกแห่งไม่ปลดพนักงานเพียงปรับเปลี่ยนหน้าที่การทำงาน ด้านยอดขายชัดเจนว่าลดลง เพราะมีการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินหรือเคอร์ฟิว ลักษณะการค้าก็เปลี่ยนไปมาก การซื้อขายแบบมัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นการชอปปิ้งออนไลน์เติบโตรวดเร็วมาก ธุรกิจขนส่งเติบโตถึง 35% ดังนั้นรูปแบบซื้อของ การชอปปิ้งของประชาชนหลังวิฤติโควิด-19 น่าจะเปลี่ยนไป
ทั้งนี้ภาคธุรกิจมองว่าวันนี้รัฐบาลคงจำเป็นต้องศึกษาแนวทางที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ส่วนที่มีความจำเป็นคือ การเปิดธุรกิจค้าปลีก โดยเสนอให้มีแนวทางควบคุมการบริหารห้างสรรพสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ สินค้าที่มีความจำเป็นจะต้องมีการเปิดซื้อขายมากขึ้น เช่น การจำหน่ายวัสดุเพื่อซ่อมแซมบ้าน เพราะมีความจำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน รัฐควรพิจารณาสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟท์โลน โดยเป็นการสนับสนุนผู้ค้ารายย่อยเพิ่มจากที่รัฐบาลกำหนดไว้ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ควรเร่งมาตรการจ้างแรงงานรายชั่วโมง พร้อมเร่งเจรจากับประเทศจีนควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 มาตรการควบคุมการแพร่กระจายจากนักท่องเที่ยวที่จีนทำได้มีประสิทธิภาพอย่างดี และประเทศไทยควรจะเตรียมตัวให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวปลายปีนี้ โดยมีมาตรการสาธาณสุขควบคุมดูแล และอีกส่วนที่จำเป็น คือ ภาครัฐควรพิจารณาลดภาษีบำรุงท้องที่หรือภาษีสิ่งปลูกสร้างต่างๆ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าภาพรวมภาคธุรกิจมีผลกระทบ แต่ยังดำเนินธุรกิจต่อไปได้ หากรัฐสามารถผ่อนปรนให้กลับมาเปิดจำหน่ายสินค้าต่างๆจะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน ทำให้เกิดภาพบวกทางจิตวิทยา ประชาชนมีความรู้สึกว่าประเทศไทยฟื้นและจะกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
สำหรับธุรกิจที่น่าจะกลับมาเปิดก่อนคือ ธุรกิจเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า เพราะสามารถควบคุมได้ กลุ่มที่ 2 คือ สินค้าที่มีความจำเป็น เช่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะเห็นว่าไม่มีผลกระทบต่อการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้น สินค้าประเภทที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมผลิตภัณฑ์หรือสินค้า การซ่อมแซมบ้านพักอาศัยช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อวัสดุอุปกรณ์ได้ กลุ่มโมเดิร์นเทรด ยืนยันว่ามีความสามารถควบคุมดูแลการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ของตนเองได้
นายปราโมทย์ มนูพิบูลย์ ผู้ช่วยรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งกระทบทำให้นักท่องเทียวหายไป ซึ่งการผ่อนคลายการเดือดร้อนของประชาชนจะต้องมีวิธีเปิดการค้าอย่างเป็นระบบ มีการค้า มีการใช้ชีวิตประจำวันแบบใหม่ ในส่วนของโมเดิร์นเทรดมีการปรับตัวอยู่แล้ว โดยมีการจัดระเบียบวิธีการทำการค้าและหน้าร้าน ขณะเดียวกันผู้บริโภคคุ้นเคยการใช้หน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างทางสังคม ดังนั้น การกลับมาเปิดธุรกิจอีกครั้งจะเป็นการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของประชาชนและธุรกิจ โดยเป็นการเริ่มต้นเปิดให้ทำธุรกิจอีกครั้งในจังหวัดในท้องถิ่นก่อนและมีการสื่อสารให้ประชาชนปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน จากนั้นทยอยเปิดแบบข้ามจังหวัด
ส่วนการท่องเที่ยวต่างประเทศคงไม่สามารถหวังได้ในระยะสั้น ควรหันมาพิจารณาในประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนก่อน ปัจจุบันประชาชนจำนวนมากไม่มีงานทำ การเปิดธุรกิจอีกครั้งจะทำให้เริ่มมีรายได้ช่วยบรรเทาสถานการณ์ผลกระทบจะดีขึ้น เพราะแต่ละคนจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ภาคธุรกิจหวังว่า มาตรการค่อยๆให้กลับมาเปิดดำเนินธุรกิจอีกครั้ง จะค่อยๆช่วยไม่เพียงช่วยโมเดิร์นเทรดเท่านั้น แต่ยังช่วยเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องอีกมาก รวมถึงการขนส่งด้วยที่ขณะนี้ล้วนได้รับผลกระทบ การเปิดกิจการอีกครั้งเอสเอ็มอีเหล่านี้จะอยู่รอดได้ในระยะถัดไป
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ Modern Trade ประจำไตรมาส 1 ปี 2563 จากกลุ่มตัวอย่าง 105 ตัวอย่างพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอยู่ที่ระดับ 47.2 ซึ่งปรับลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา และดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวมอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ทุกรายการ ทั้งปัจจุบันและอนาคตในเรื่องของรายรับจากการขาย กำไรจากการขาย จำนวนลูกค้า การจ้างงาน ต้นทุนการดำเนินงาน โดยสะท้อนว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการไม่มีความมั่นใจในการทำธุรกิจ
โดยเมื่อลงตามภูมิภาคส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีความเชื่อมั่นและอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 50 ในทุกภาคเช่นกัน ส่วนมูลค่าความเสียหายที่กระทบต่อภาค Modern Trade มูลค่าความเสียหายก็สูง แต่เบื้องต้นยังไม่ได้ประเมินเฉพาะกลุ่ม แต่หากโดยรวมธุรกิจแล้วมูลค่าที่หายไป 1 ล้านล้านบาททั้งปี เฉพาะไตรมาส 1 มูลค่า 3-4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้เมื่อสำรวจถึงสถานการณ์ของธุรกิจโมเดิร์นเทรดส่วนใหญ่แล้วรายได้ผลกำไรยังมองว่าไม่เปลี่ยนแปลง รวมไปถึงจำนวนลูกค้า ขณะที่แนวโน้มผู้ประกอบการมีการลงทุนด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์ นวัตกรรมเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับกับพฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และคาดว่าในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2563 ก็จะยังคงมีสถานการณ์ใกล้เคียงไตรมาส 1 ส่วนการสำรวจถึงทัศนะในด้านต้นทุนการดำเนินการ ส่วนใหญ่ลงทุนเท่าเดิมเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ขณะที่ทัศนะต่อสินค้าคงเหลือจากการขาย เทียบกับเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมกันนี้กลุ่มธุรกิจที่มีการขายออนไลน์ รายรับจากช่องทางดังกล่าวส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าของธุรกิจ โดยรวมแย่ลงส่งผลให้สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น ส่วนยอดสั่งซื้อที่เพิ่มส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มออนไลน์
นอกจากนี้ เมื่อลงรายละเอียดถึงผลกระทบที่ได้รับต่อการประกอบธุรกิจ ยังคงเป็นเรื่องของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีการสั่งปิดห้างสรรพสินค้า ประชาชนอยู่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่เชื้อ การบริหารจัดการที่มีข้อจำกัด เนื่องจากการสั่งปิดกิจการ สภาพคล่องทางการเงิน ผู้ค้าออนไลน์เถื่อนจำหน่ายสินค้าตัดราคา ปัญหากำลังซื้อหดตัว เป็นต้น ดังนั้นข้อเสนอแนะที่ต้องการให้ภาครัฐเร่งแก้ไข เช่น มาตรการป้องกันการแพร่ระบาด และการฟื้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้น ระยะยาว มาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างเร่งด่วน 1-3 เดือน เร่งแก้ไขปัญหาการว่างงาน มาตรการผ่อนคลายการเปิดกิจการ เป็นต้น
อย่างไรก็ดีเมื่อดูปัจจัยโดยรวมที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ Modern Trade ปัจจัยบวก เช่น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.75% ต่อปี มาตรการดูแลและเยียวผลกระทบจากโควิด-19 มาตรการกระตุ้นอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง ขณะที่ ปัจจัยลบที่กระทบเช่น การแพร่ระบาดโควิด-19 การประกาศ พรก.ฉุกเฉิน มาตรการยกเลิกวีซ่า 18 ประเทศ การยกเลิกเที่ยวบิน สถานการณ์ภัยแล้ง การส่งออกหดตัว ราคาสินค้าเกษตรยังคงอยู่ในระดับไม่สูง ภาระหนี้สินครัวเรือน ความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจลดลง เป็นต้น