"กรอ.พาณิชย์"เดินหน้า 15 ประเด็นเร่งด่วน เพิ่มความสะดวกส่งออก ดึงรายได้เข้าประเทศ

เศรษฐกิจ21 ต.ค. 2563 • 11:46 น.
"กรอ.พาณิชย์"เดินหน้า 15 ประเด็นเร่งด่วน เพิ่มความสะดวกส่งออก ดึงรายได้เข้าประเทศ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์)ว่า ที่ประชุมได้หารือประเด็นปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของไทย ได้ข้อสรุปออกมาทั้งสิ้น 15 ประเด็น ที่จะต้องเร่งแก้ไขและผลักดัน โดยมีทั้งเรื่องที่จะดำเนินการในทันที เรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้การส่งออกของไทยมีความคล่องตัว นำรายได้เข้าประเทศ สำหรับปัญหาทั้ง 15 ประเด็นได้แก่ 1.การเร่งรัดการส่งออกข้าว ตามที่ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ไทย-จีน ปริมาณ 1 ล้านตัน ล่าสุดได้ส่งมอบแล้ว 7 แสนตัน เหลือ 3 แสนตัน โดยสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกำลังดำเนินการเสนอราคา ซึ่งได้เร่งรัดให้กรมการค้าต่างประเทศติดตามความคืบหน้า 2.การแก้ไขปัญหาการส่งออกรถยนต์ไปเวียดนามที่ยังติดประเด็นการตรวจสอบมาตรฐานเช่น ต้องตรวจทุกรุ่น ทำให้การส่งออกติดขัด ซึ่งได้มีการแก้ปัญหาโดยผลักดันให้อาเซียนมีข้อตกลงยอมรับร่วมสินค้ายานยนต์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการลงนามของแต่ละประเทศ คาดว่าภายในกลางปีหน้าจะเสร็จสิ้น 3.การส่งออกไปอินเดีย มีปัญหาต้องคลี่คลาย หลังจากอินเดียได้ออกมาตรฐานสินค้าเคมีภัณฑ์และปุ๋ยเคมี ที่จะบังคับใช้ต้นปีหน้าถึงกลางปี ทำให้อินเดียต้องมาตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเป็นรายโรงงาน รายสินค้า ได้มอบให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศไปหยิบยกประเด็นนี้หารือผ่านทางไกลในวันที่ 29 ต.ค.63 เพื่อแก้ไขปัญหา 4.การส่งออกรถยนต์ที่ผลิตใหม่ มีปัญหาเวลานำรถไปส่งออกที่ท่าเรือ จะติดขัดเป็นรถไม่มีป้ายทะเบียน ทำให้ถูกจับกุม ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศไปหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก เพื่อหาทางออก 5.การสร้างความเชื่อมั่นสินค้าไทยปลอดโควิด-19 จะเร่งประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าไทยผ่านคลิปวิดีโอหลายภาษา หลังจากที่ได้มีการลงนามในMOUร่วมกับ 4 กระทรวงคือ พาณิชย์ เกษตร สาธารณสุข และมหาดไทย เพื่อทำมาตรการดูแล 6.การแก้ไขปัญหาต้นทุนขนส่ง เช่น ค่าระวางเรือ ค่าธรรมเนียมเรือที่มีราคาสูง หรือการที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยบังคับให้เอกชนใช้ท่าเรือฝั่งที่คับแคบ การเก็บค่าใช้จ่ายผ่านร่องน้ำ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป 7.ค่าเงินบาทแข็งค่า ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นำประเด็นปัญหาเข้าหารือใน ศบศ. 8.การแก้ปัญหาเวียดนามเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าน้ำตาลทราย มอบให้กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับผู้ส่งออกน้ำตาลทำคำชี้แจงและแก้ต่างข้อกล่าวหา 9.การช่วยเหลือสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการSMEsจะผลักดันให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(ธสน.)ช่วยดูแล 10.การแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนและผ่านแดน ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศ หารือร่วมกับภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันการเปิดด่าน เน้นฝั่ง สปป.ลาว และกัมพูชา 11.ผลักดันเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 ประเทศ ได้แก่ จีน สปปฌ.ลาว และไทย เข้าด้วยกัน โดยให้เน้นการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม สิทธิพิเศษทางภารค้า เพื่อส่งเสริมการส่งออก 12.การผลักดันให้มีผู้ประกอบการโลจิสติกส์ในประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการค้าชายแดนและผ่านแดน และการส่งออกของไทย โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะไปหารือกับภาคเอกชน เพื่อให้ได้คำตอบว่าจะต้องทำอะไรบ้าง 13.การอำนวยความสะดวกในการออกใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (C/O)โดยมอบให้กรมการค้าต่างประเทศรับไปพิจารณาว่าจะให้บริการในช่วงวันหยุดตามที่เอกชนเสนอได้อย่างไร 14.การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะเดินหน้าเร่งรัดการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ไทย-สหราชอาณาจักร (ยูเค) ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA)ไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU)และอาเซียน-แคนาดา เป็นต้น โดยเฉพาะความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ที่จะผลักดันให้มีการลงนามในเดือนพ.ย.63 รวมถึงการร่วมมือกับมณฑลและรัฐต่างๆ เพื่อขยายการค้า และการส่งออกเช่น การลงนามกับมณฑลไหหลำ ของจีน และรัฐเตลังกานา ของอินเดีย 15.การผลักดันจัดตั้งกองทุนเอฟทีเอ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ เกษตรกร ผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี โดยทั้ง 15 ประเด็นนี้กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับภาคเอกชนในการแก้ไข และเดินหน้า ถ้าประเด็นใดทำเสร็จ ทำจบจะเอาออกไป แต่ถ้าประเด็นใดยังค้างอยู่จะนำเข้ามาหารือกันอีกว่าติดขัดอะไร หรือถ้ามีประเด็นใหม่ๆจะนำเพิ่มเข้ามา เพื่อผลักดันแก้ไขต่อไป มีเป้าหมายเพื่อผลักดันการส่งออก และนำรายได้เข้าประเทศ