จับตาน้ำมันโลกพุ่ง 400 ดอลลาร์/บาร์เรล จริงหรือไม่!?! ผลกระทบราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคพาเหรดขึ้นราคา ถึงเวลาที่ต้องประหยัดเงินในกระเป๋าก่อนสาย!!

เศรษฐกิจ8 ก.ค. 2565 • 23:00 น.
จับตาน้ำมันโลกพุ่ง 400 ดอลลาร์/บาร์เรล จริงหรือไม่!?! ผลกระทบราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคพาเหรดขึ้นราคา ถึงเวลาที่ต้องประหยัดเงินในกระเป๋าก่อนสาย!!

จากกระแสข่าวต่างประเทศที่เกี่ยวกับเรื่องของราคาพลังงานที่ไม่อาจมองข้ามได้หากเกิดขึ้นจริง จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!!! 

ซึ่งผลต่อเนื่องของราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ “ราคาสินค้า” ที่พาเหรดขึ้นราคา สวนทางกับ "รายได้" ที่คงที่ หรือลดลง!!! 

มองย้อนไปที่กระแสข่าวต่างประเทศที่ว่า “นายดมิทรี เมดเวเดฟ" อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย แสดงความเห็นกรณีนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะของญี่ปุ่นเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดกลุ่ม 7 ชาติอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกในเยอรมนีเมื่อสัปดาห์ก่อนเรื่องมาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียไว้ที่ครึ่งหนึ่งของราคาปัจจุบัน ระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ตลาดโลกมีปริมาณน้ำมันดิบลดลงจากเดิมค่อนข้างมาก อีกทั้งจะกระทบต่อตลาดน้ำมัน และอาจจะทำให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้นถึง 300-400 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,739-14,319 บาท)ต่อบาร์เรล 

สอดคล้องกับความเห็นของ “นักวิเคราะห์ของเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค” ที่เตือนว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจทะยานขึ้นไปถึงบาร์เรลละ 380 ดอลลาร์ในกรณีเลวร้ายที่สุด หากว่า สหรัฐและบรรดาประเทศในยุโรป พร้อมใจกันลงโทษรัสเซียด้วยการคว่ำบาตรน้ำมันจากรัสเซียและรัสเซียตอบโต้ด้วยการลดกำลังการผลิตน้ำมัน 

งานนี้เรียกว่า “ตายหมู่” ได้เลย!!! 

เพราะแค่เวลานี้ราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นในประเทศ คนไทยก็แทบจะกล้ำกลืนอยู่แล้ว 

เนื่องจากน้ำมันถือเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ในประเทศ โดยในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันได้ปรับราคาสูงขึ้น ราคาสินค้าก็จะปรับตามขึ้นไปพร้อม ๆ กัน  

ล่าสุด!คนไทยได้ปวดหัวกันอีกครั้ง เพราะ “ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี)” ขึ้นราคาอีกครั้งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยปรับขึ้นอีก กก.ละ 1 บาท ทำให้ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มขนาดถัง 15 กก. ปรับขึ้น 15 บาทไป อยู่ที่ราคา 378 บาท/ถัง ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)  

แม้ภาครัฐจะออกมาแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการจ่ายเงินชดเชยราคาแอลพีจีของกองทุนน้ำมัน เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยรัฐบาลช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มแก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท/คน/3 เดือน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-30 ก.ย. 

พร้อมกับให้กองทุนน้ำมันจ่ายชดเชยราคาขายปลีกน้ำมันอยู่ที่ 10.77 บาท/ลิตร เพื่อตรึงราคาไว้ที่ 34.94 บาท/ลิตร ไม่ให้เกินเพดานที่ 35 บาท/ลิตร จากราคาจริงจะอยู่ที่ 45.71 บาท/ลิตร 

ขณะที่ในมุมมองของผู้บริหารน้ำมัน “นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) บอกว่า ได้ประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ 6 เดือนสุดท้ายของปีนี้จะทรงตัวในระดับสูงที่ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลบวกลบ หรือมีราคาเฉลี่ยทั้งปีนี้ อยู่ที่ 103-104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ต้นทุนราคาขายปลีกพลังงานโดยรวมของประเทศไทยทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เอ็นจีวี และก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ยังอยู่ในระดับสูง  

“ส่วนตัวมองว่า ราคาน้ำมันดิบในปี 2566 จะอ่อนตัวลงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากไม่มีสถานการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเพิ่มเติม เช่น ปัญหาสู้รบระหว่างประเทศมหาอำนาจ การคว่ำบาตรรัสเซียที่ไม่รุนแรงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในปีหน้า เนื่องจากคาดว่าจะมีซัพพลายผลผลิตน้ำมันดิบเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น หลังกลุ่มประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) เตรียมปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีก 600,000 บาร์เรลต่อวัน ในช่วงปลายปีนี้ ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจโลกไม่ได้เติบโตมากนัก ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันยังไม่หวือหวา น่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงได้” 

ส่วนผลกระทบของราคาสินค้าที่ประชาชนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยเวลานี้มีราคาสินค้าหลายรายการปรับราคาขึ้น เช่น นมสดกระป๋องยี่ห้อหนึ่ง แจ้งว่าในเดือนสิงหาคม 2565 จะปรับขึ้นราคาต้นทุนและขายปลีกอีกประมาณ 1-2 บาท/กระป๋อง และน้ำผลไม้กล่องยี่ห้อหนึ่งจะปรับขึ้นเช่นกันแต่ยังไม่ได้กำหนดราคาใหม่ 

เช่นเดียวกับอาหารสดและอาหารสำเร็จรูปที่ปรับขึ้นราคา ได้แก่ ไก่สดชำแหละ เนื้อสันใน ปรับขึ้น 5 บาท/กิโลกรัม เป็น 105-115 บาท/กิโลกรัม, ไก่สดชำแหละ เนื้ออก (ติดหนัง) ปรับขึ้น 5 บาท/กิโลกรัม เป็น 100-105 บาท/กิโลกรัม, ไก่สดชำแหละ เนื้ออก (เนื้อล้วน) ปรับขึ้น 5 บาท/กิโลกรัม เป็น 100-110 บาท/กิโลกรัม 

ผักสด ได้แก่ ต้นหอม คัด ปรับขึ้น 20 บาท/กิโลกรัม เป็น 145-150 บาท/กิโลกรัม, ต้นหอม คละ ปรับขึ้น 20 บาท/กิโลกรัม เป็น 135-140บาท/กิโลกรัม, แตงกวา คัด ปรับขึ้น 5 บาท/กิโลกรัม เป็น 40-45 บาท/กิโลกรัม, แตงกวา คละ ปรับขึ้น 5 บาท/กิโลกรัม เป็น 30-35 บาท/กิโลกรัม 

ปัจจัยที่กดดันในต่างประเทศที่ทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกสูงขึ้น ซึ่งแม้จะเป็นการคาดเดาล่วงหน้า จะเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นก็ตาม!!! 

แต่ที่เห็นแน่นอน “สินค้า” พร้อมใจขึ้นราคาเรียบร้อยแล้ว 

การเตรียมความพร้อมรับมือ โดยเฉพาะเงินในกระเป๋า จึงเป็นเรื่องสำคัญ!!!