ครม.ไฟเขียวแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ฉ. 3 หวังลดต้นทุนพร้อมดันไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน
ครม.เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ฉบับที่ 3 (2560-2564) หวังลดต้นทุนพร้อมดันไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน พร้อมอนุมัติจัดตั้งกองทุนปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม วงเงิน 1,000 ล้านบาท และเพิ่มงบเวนคืนที่ดินก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอยเพิ่มเป็น 372 ล้านบาท
วันที่ 15 ส.ค.60 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 3 (60-64) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เสนอ ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเพิ่มมูลค่าระบบห่วงโซ่อุปทาน, ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก และ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาปัจจัยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะเร่งผลิตกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ และระบบติดตามประเมินผลเพื่อการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศ โดย ครม.มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ฯ ให้สำเร็จและใช้ประโยชน์ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดและรายงาน สศช.เพื่อบูรณาการการดำเนินการในภาพรวมต่อไป
ทั้งนี้ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบตามที่ประธานคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน เสนอให้จัดตั้ง กองทุนปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม มาจากเงินกองทุนประเดิมจากรัฐบาล จำนวน 1,000 ล้านบาท กับงบสนับสนุนปีละ 10 ล้านบาท และจะได้รับเงินสมทบที่จัดเก็บจากผู้ประกอบการโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ค่าปรับ และอื่นๆ ซึ่งงบดังกล่าวจะใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ อาทิ สนับสนุนการวิจัย พัฒนา และการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม และเป็นทุนให้เกษตรกรที่จะใช้ปลูกพืชทดแทนปาล์มน้ำมัน สนับสนุนสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกร ทั้งนี้การจัดตั้งกองทุนจะไม่มีภารกิจเกี่ยวกับการรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม และเมื่อจัดตั้งกองทุนแล้วจะไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับปาล์มน้ำมัน ขณะเดียวกันที่ประชุมยังมีมติยุบเลิกกองทุนสำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากปัจจุบันกองทุนดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่จัดตั้งแล้ว และรัฐไม่มีนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
นอกจากนี้ประชุม ครม.เห็นชอบเพิ่มกรอบวงเงินสำหรับงานเวนคืนที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์ ในการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมืองจำนวน 3 แห่ง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย จากงบประมาณเดิม 128 ล้านบาท ปรับให้เป็นปัจจุบันเพิ่มเป็น 372 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 243 ล้านบาท แต่ยังอยู่ภายใต้กรองวงเงินของโครงการที่ 11,348 ล้านบาท