ธปท.เผยสินเชื่อแบงก์พาณิชย์ปี 65 ชะลอตัวที่ 2.1% ขยายเกณฑ์สมัครคลินิกแก้หนี้ ครอบคลุมหนี้เสียก่อน 1 ก.พ.66

เศรษฐกิจ20 ก.พ. 2566 • 14:19 น.
ธปท.เผยสินเชื่อแบงก์พาณิชย์ปี 65 ชะลอตัวที่ 2.1% ขยายเกณฑ์สมัครคลินิกแก้หนี้ ครอบคลุมหนี้เสียก่อน 1 ก.พ.66

น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงภาพรวมระบบธนาคารพาณิชย์ในปี 2565 ว่า สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ใน ปี 2565 ขยายตัว 2.1% ชะลอลงจากปีก่อน จากการชำระคืนหนี้ของธุรกิจขนาดใหญ่ ภาครัฐ และสินเชื่อ Soft loan รวมทั้งการโอนพอร์ตรายย่อยไปยังบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง และการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ อย่างไรก็ดี สินเชื่อยังขยายตัวได้จากธุรกิจรายใหญ่ในภาคพาณิชย์ และสินเชื่อรายย่อยพอร์ตที่อยู่อาศัยและส่วนบุคคลเป็นสำคัญ ด้านคุณภาพสินเชื่อ ธนาคารพาณิชย์ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่องด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ และบริหารจัดการคุณภาพหนี้ ส่งผลให้ยอดคงค้างสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Non Performing Loan: NPL หรือ stage 3) ณ สิ้นปี 2565 ลดลงมาอยู่ที่ 499.2 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมที่ 2.73%

"ระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคง และมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง สามารถทำหน้าที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง" 

น.ส.สุวรรณี กล่าวถึงผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในปี 2565 ว่า ปรับดีขึ้นจากปีก่อน โดยหลักเป็นผลจากการขยายตัวของสินเชื่อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ย ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองลดลง หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ได้ทยอยกันสำรองในระดับสูงตลอดช่วงโควิด-19 อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือน และการฟื้นตัวของธุรกิจบางกลุ่ม โดยภาคครัวเรือน แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP จะปรับลดลงตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ครัวเรือนยังเปราะบางจากภาระหนี้สูง และยังต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อของลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่ยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบโควิด-19 และอาจได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและดอกเบี้ยที่ทยอยปรับสูงขึ้น

ขณะที่ภาคธุรกิจนั้น สัดส่วนหนี้ภาคธุรกิจต่อ GDP ปรับลดลงจากไตรมาสก่อน และความสามารถในการทำกำไรโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ยังต้องติดตามฐานะการเงินของภาคธุรกิจ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สถาบันการเงินยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มเปราะบาง

สำหรับความคืบหน้าของมาตรการฟื้นฟูฯ ข้อมูล ณ วันที่ 13 ก.พ.66 พบว่าสินเชื่อฟื้นฟูและสินเชื่อเพื่อการปรับตัววงเงิน 2.5 แสนล้านบาท มีการอนุมัติไปแล้ว 212.362 ล้านบาท มีผู้ได้รับความช่วยเหลือไปแล้ว 59,891 ราย โดยกระจายตัวครอบคลุมทุกธุรกิจและทุกภูมิภาค  แบ่งเป็นธุรกิจขนาดเล็กและเอสเอ็มอี ร้อยละ 74.60  ธุรกิจพาณิชย์และบริการ ร้อยละ68.0  และลูกหนี้ในต่างจังหวัด 69.9  ส่วนโครงการพักหนี้พักทรัพย์ มียอดอนุมัติเข้าร่วมโครงการแล้ว64,966 ล้านบาท ขณะที่คลินิกแก้หนี้สำหรับลูกหนี้ที่มีสถานะมีหนี้เสีย รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท ได้มีการขยายเกณฑ์คุณสมบัติให้ครอบคลุมถึงหนี้เสียก่อน 1 ก.พ.66  สามารถสมัครได้ โดยมีผลตั้งแต่วันนี้(20 ก.พ.) เป็นต้นไป