น้ำมัน WTI 28/08/69 ปิดลบ 0.16% หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม และปรับตัวลงตลอดทั้งสัปดาห์ หลังนักลงทุนประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จากถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ซึ่งส่งสัญญาณว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาความเป็นไปได้ที่จะมีข้อตกลงเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัว
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 13 เซนต์ หรือ 0.16% ปิดที่ 83.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 39 เซนต์ หรือ 0.43% ปิดที่ 89.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับภาพรวมตลอดสัปดาห์ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงมากกว่า 5% ส่วนสัญญา WTI ลดลงมากกว่า 4% โดยราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากมุมมองของนักลงทุนที่มีต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ หลังวอร์ชแสดงจุดยืนให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อ และเปิดทางให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่
นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวลงต่อเนื่อง หลังวอร์ชส่งสัญญาณว่าเฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมีแนวโน้มชะลอการขยายตัวของเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน
นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากข่าวลือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน แม้สถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคยังคงมีความไม่แน่นอน
การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้จึงสะท้อนแรงกดดันจากทั้งแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดและสถานการณ์ด้านอุปทานในตะวันออกกลาง โดยนักลงทุนยังคงติดตามทิศทางเงินเฟ้อสหรัฐฯ การตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด