น้ำมัน WTI พุ่ง 5.2% ปิด 90.22 ดอลลาร์ หวั่นสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่กระทบอุปทานตะวันออกกลาง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 5% ในวันอังคารที่ 1 กันยายน ท่ามกลางแรงซื้อจากนักลงทุนที่วิตกกังวลว่า การปะทะกันรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอาจทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและส่งออกน้ำมันที่สำคัญของโลก
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 4.46 ดอลลาร์ หรือ 5.2% ปิดที่ 90.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 94.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ขณะที่ WTI ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากความกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจยืดเยื้อและขยายวงกว้าง จนกระทบต่อเส้นทางการขนส่งและปริมาณน้ำมันในตลาดโลก
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน หรือไออาร์จีซี โดยการโจมตีระลอกใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากไออาร์จีซีพยายามโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงพยายามโจมตีกองทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
ด้านอิหร่านยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ พร้อมเตือนว่าจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย หากสถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะตอบโต้อิหร่านอย่างหนักหน่วง
ขณะเดียวกัน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนว่า อิหร่านอาจเผชิญมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ ส่งผลให้ตลาดน้ำมันจับตาความเคลื่อนไหวระหว่างสองประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันและผลักดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ปรับตัวสูงขึ้นต่อไป