“นักกฎหมาย” ชำแหละ กสทช. มโนอ้างศาลปกครองสูงสุด คืนเก้าอี้ “หมอสรณ” ย้ำชัดแค่ “รับฟ้อง” ไร้คำสั่งทุเลา!

เศรษฐกิจ6 ก.ย. 2569 • 14:42 น.
“นักกฎหมาย” ชำแหละ กสทช. มโนอ้างศาลปกครองสูงสุด คืนเก้าอี้ “หมอสรณ” ย้ำชัดแค่ “รับฟ้อง” ไร้คำสั่งทุเลา!

นักกฎหมาย ชำแหละปม กสทช. อ้างคำสั่งศาลคลาดเคลื่อน ย้ำรับฟ้อง “หมอสรณ” ไม่ใช่คำสั่งทุเลา คืนเก้าอี้ประธาน กสทช. 

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.69 ศ.ดร.ภูมินทร์ บุตรอินทร์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม กล่าวถึงคำชี้แจงของสำนักงานศาลปกครองเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ต่อกรณีเอกสารข่าวของสำนักงาน กสทช. ฉบับที่ 85/2569 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ว่า สำนักงานศาลปกครองระบุว่า ข้อความบางส่วนในเอกสารข่าวดังกล่าวถูกนำเสนอในลักษณะว่าเป็น “คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด” ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นข้อกล่าวอ้างที่ปรากฏในคำอุทธรณ์ของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ไม่ใช่เหตุผลที่ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำสั่ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ มีการนำถ้อยคำที่ฝ่ายผู้ฟ้องคดียกขึ้นมาโต้แย้ง ไปเผยแพร่ราวกับว่าเป็นข้อสรุปที่ศาลรับรองแล้ว

ศ.ดร.ภูมินทร์ กล่าวด้วยว่า สำนักงานศาลปกครองยังย้ำด้วยว่า การนำข้อความเพียงบางส่วนของคำสั่งศาลไปเผยแพร่โดยไม่ครบถ้วน จนอาจทำให้สาธารณชนเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยและเหตุผลของศาล เป็นเรื่องที่สำนักงานศาลปกครองให้ความสำคัญ และจะพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ต่อมา สำนักงาน กสทช. ได้ออกเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมและปรับแก้ข้อมูลก่อนหน้า โดยยอมรับว่าในเนื้อหาของคดี ศาลปกครองสูงสุดยังไม่ได้วินิจฉัยว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีหรือไม่มีอำนาจตามที่คู่ความโต้แย้งกัน

ศ.ดร.ภูมินทร์ กล่าวว่า เพื่อให้เข้าใจว่าเหตุใดความคลาดเคลื่อนนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ต้องย้อนไปที่ตัวคดี คดีนี้สืบเนื่องจากที่ นพ.สรณ ยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งคณะกรรมการสรรหาได้วินิจฉัยว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ในชั้นแรก ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง นพ.สรณ จึงอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งที่ 952/2569 กลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น และให้รับคำฟ้องของ นพ.สรณ ไว้พิจารณาในประเด็นสิทธิการฟ้องคดี ศาลพิจารณาว่า นพ.สรณ อยู่ในฐานะผู้ที่อาจได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา จึงถือเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองฯ 

นอกจากนี้ ศาลยังเห็นว่าคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา ที่ 1/2569 มีลักษณะเป็น “คำสั่งทางปกครอง” เนื่องจากมีผลต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของ นพ.สรณ ส่วนในเรื่องกรอบเวลา ศาลระบุว่าการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 อยู่ภายในกรอบ 90 วันตามที่กฎหมายกำหนด

ศ.ดร.ภูมินทร์ กล่าวต่อว่า จุดที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัด คือ การรับคำฟ้องในชั้นนี้เป็นเพียงขั้นตอนการรับคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครองเท่านั้น โดยศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นดำเนินการพิจารณาคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาต่อไป ซึ่งหมายความว่า ศาลปกครองชั้นต้นจะต้องพิจารณาว่าสมควรกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวใดๆ ระหว่างที่คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาหรือไม่ เช่น การสั่งทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา หรือการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

“อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนนี้ศาลยังมิได้มีคำสั่งใด ๆ เกี่ยวกับมาตรการชั่วคราวดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้น การวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดกรณีนี้จึงไม่ควรถูกตีความว่าศาลมีคำสั่งให้ทุเลาผลของคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา หรือมีคำสั่งเกี่ยวกับการกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช. แล้ว”

ศ.ดร.ภูมินทร์ กล่าวอีกว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องได้แสดงความเห็นในทิศทางที่หลากหลายและแตกต่างกัน ส่งผลให้เกิดความไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ ประกอบกับมีรายงานว่าการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ไม่สามารถจัดขึ้นได้ เนื่องจาก นพ.สรณ แจ้งติดภารกิจ ขณะที่กรรมการบางส่วนเห็นว่าควรเดินหน้าประชุมเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ ในสถานการณ์เช่นนี้ การนำเสนอข้อมูลอย่างครบถ้วนและถูกต้องตามคำสั่งศาลจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเพื่อไม่ให้ภารกิจด้านการสื่อสารของประเทศหยุดชะงัก การสื่อสารต่อสาธารณะควรอ้างอิงเฉพาะข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ และควรแยกให้ชัดเจนระหว่างคำสั่งของศาลที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ข้อกล่าวอ้างของคู่ความในคดี ความเห็นของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และประเด็นที่ยังต้องรอความชัดเจนจากกระบวนการพิจารณาของศาลต่อไป

ด้าน แหล่งข่าวจากสำนักงานกสทช. เปิดเผยว่า หากย้อนดูหนังสือเวียน ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป ส่งตรงถึง เลขาธิการ กสทช. ที่ นร 0508/ว 787 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เรื่อง ขอซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการเสนอเรื่องที่ต้องนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณา ที่ระบุถึง กรณีบุคคลที่ส่วนราชการขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรเเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในกรณีที่เรื่องยังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรมและยังไม่ถึงที่สุด ไม่ควรดำเนินการใดที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของบุคคลนั้น พูดง่ายๆคือ หนังสือเวียนนี้เน้นย้ำเรื่องการจะเสนอโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเท่านั้น ไม่ได้หมายความถึง การเสนอ โปรดเกล้าฯให้ปลด ซึ่งได้ทำไปแล้ว ดังนั้นสำนักงานจึงตีความบิดเบือนหนังสือดังกล่าวอีกรอบ

#กสทช #หมอสรณ #สรณบุญใบชัยพฤกษ์ #ศาลปกครองสูงสุด #ศาลปกครอง #ข่าวการเมือง #ข่าวไอที #ข่าวสื่อสาร #ประธานกสทช #บิดเบือนคำสั่งศาล #ข้อกฎหมาย #คณะกรรมการสรรหากสทช #ข่าววันนี้ #ข่าวสด #ข่าวเด่นวันนี้ #ศดรภูมินทร์บุตรอินทร์ #ธรรมศาสตร์ #กฎหมายโทรคมนาคม