- โฆษณา -

อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมันดิบขาขึ้น ลุ้นเบรนท์แตะ 100 ดอลลาร์ หุ้นนิวยอร์กจับตาเฟด เช็กราคาน้ำมันไทย 08/09/69

เศรษฐกิจ8 ก.ย. 2569 • 07:28 น.
อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมันดิบขาขึ้น ลุ้นเบรนท์แตะ 100 ดอลลาร์ หุ้นนิวยอร์กจับตาเฟด เช็กราคาน้ำมันไทย 08/09/69

ตลาดการเงินโลกวันที่ 8 ก.ย. 2569 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวอย่างผันผวน โดยตลาดน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความกังวลต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กกลับมาเปิดซื้อขายหลังหยุดวันแรงงาน และนักลงทุนยังคงจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด

สำหรับตลาดน้ำมันดิบ แนวโน้มราคายังอยู่ในทิศทางขาขึ้น แต่มีความผันผวนสูง หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมารุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและข้อจำกัดด้านการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันของโลก

ราคาน้ำมันดิบล่าสุดปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ปิดตลาดวันที่ 7 ก.ย. ที่ 92.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 97.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนว่าตลาดกำลังเพิ่มค่าพรีเมียมความเสี่ยงจากสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์

- โฆษณา -

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 91.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 18 เซนต์ หรือ 0.2% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 96.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ 0.8% โดยตลอดสัปดาห์ WTI พุ่งขึ้นเกือบ 10% ส่วนเบรนท์เพิ่มขึ้น 7.6% สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลก

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในวันที่ 8 ก.ย. คือสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังมีข้อมูลว่าปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบลดลงอย่างมาก ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณว่าจะเพิ่มข้อจำกัดต่อเรือที่เดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว หากสถานการณ์ขยายวงจนกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางมากขึ้น ราคาน้ำมันดิบก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ

นอกจากนี้ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงกลั่นในภูมิภาคยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดจับตา โดยมีรายงานการโจมตีโรงกลั่นของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันสำรองและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปที่ตึงตัว โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ ซึ่งราคาขายปลีกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 5.85 ดอลลาร์ต่อแกลลอน

จากปัจจัยดังกล่าว ทิศทางราคาน้ำมันระยะสั้นยังมีน้ำหนักเป็นบวก โดยระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลของน้ำมันดิบเบรนท์กลับมาเป็นเป้าหมายสำคัญของตลาด หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้นและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเป็นวงกว้าง ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นไปถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในกรณีที่ปัญหาด้านการขนส่งขยายตัวอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยกดดันด้านอุปสงค์ เพราะต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อ ต้นทุนการกู้ยืม และต้นทุนของภาคธุรกิจทั่วโลกสูงขึ้น หากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจทำให้ธนาคารกลางต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น และส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้มเปิดการซื้อขายวันที่ 8 ก.ย. อย่างระมัดระวัง หลังดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ตลาดปรับตัวลงในการซื้อขายครั้งล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.ย. โดยนักลงทุนยังให้น้ำหนักกับข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดวันที่ 4 ก.ย. ที่ 53,414.25 จุด ลดลง 271.86 จุด หรือ 0.51% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,718.60 จุด ลดลง 29.11 จุด หรือ 0.38% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 26,506.99 จุด ลดลง 77.07 จุด หรือ 0.29%

แรงขายเกิดขึ้นในวงกว้าง เนื่องจากนักลงทุนปรับลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันจันทร์ที่ 7 ก.ย. เนื่องในวันแรงงาน ทำให้การซื้อขายวันที่ 8 ก.ย. เป็นการกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งหลังหยุดทำการ 1 วัน

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดหุ้นต้องประเมินคือรายงานการจ้างงานเดือนส.ค.จากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 56,000 ตำแหน่งเกือบ 3 เท่า ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานในเดือนมิ.ย.และก.ค.ยังถูกปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง

อัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% ทำให้ภาพรวมตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอนและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

แม้ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะสะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังมีพื้นฐานแข็งแรง แต่ตลาดหุ้นกลับตีความในด้านลบ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวอาจเปิดทางให้เฟดดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น หากประเมินว่าตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งอาจทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่

นักลงทุนจึงจับตาความเป็นไปได้เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนนี้ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ราคาพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการ และทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับตลาดหุ้นนิวยอร์กในวันที่ 8 ก.ย. จึงมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวน นักลงทุนจะติดตามทั้งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ รวมถึงความเคลื่อนไหวของราคาพลังงาน ขณะที่หุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยอาจเผชิญแรงซื้อขายมากกว่ากลุ่มอื่น

ส่วนราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทย วันที่ 8 ก.ย. 2569 มีการอัปเดตข้อมูลราคาจาก 4 สถานีบริการน้ำมัน ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที และเชลล์ โดยข้อมูลอ้างอิงจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. ซึ่งมีการอัปเดตราคาทุกครั้งที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคาในเวลา 05.00 น.

ราคาน้ำมันปั๊มปตท. ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.29 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.29 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 29.23 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 37.92 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 39.14 บาทต่อลิตร และเบนซิน ราคา 47.28 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันปั๊มบางจาก ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.229 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.29 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 29.23 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 37.92 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 39.14 บาทต่อลิตร และดีเซลพรีเมียม ราคา 49.25 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันปั๊มพีที ได้แก่ ดีเซล ราคา 39.14 บาทต่อลิตร ดีเซล B20 ราคา 34.14 บาทต่อลิตร เบนซิน ราคา 47.78 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.29 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 37.92 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.29 บาทต่อลิตร

ส่วนราคาน้ำมันปั๊มเชลล์ ได้แก่ เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.49 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 38.42 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.79 บาทต่อลิตร เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 49.84 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 39.14 บาทต่อลิตร เชลล์ ดีเซล B20 ราคา 34.14 บาทต่อลิตร และเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 49.84 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันขายปลีกที่ระบุเป็นราคาสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นกรุงเทพฯ ผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาที่หน้าสถานีบริการอีกครั้ง เนื่องจากราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของแต่ละผู้ให้บริการ

โดยภาพรวมก่อนเปิดตลาดวันที่ 8 ก.ย. 2569 ตลาดน้ำมันดิบยังมีทิศทางขาขึ้นและมีความผันผวนสูง โดยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเป็นแรงหนุนสำคัญ ขณะที่ WTI มีโอกาสทดสอบระดับเหนือ 93 ดอลลาร์ และเบรนท์มีโอกาสขยับเข้าใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากมีข่าวการโจมตีเพิ่มเติมหรือการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมัน

ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกับความเสี่ยงที่เฟดจะคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจกลายเป็นปัจจัยกดดันทั้งเงินเฟ้อและตลาดการเงินในระยะต่อไป ส่วนราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศยังเป็นอีกประเด็นที่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด