อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมัน WTI พุ่ง 3.25% เบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ ฉุดดาวโจนส์ร่วง 405.41 จุด เช็กราคาน้ำมัน 10/09/69
ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งแรง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ขณะที่แรงกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด กดดันตลาดหุ้นนิวยอร์ก ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ร่วงกว่า 400 จุด ขณะที่นักลงทุนจับตาความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือนตุลาคม ปิดตลาดวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ระดับ 96.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.02 ดอลลาร์ หรือ 3.25% ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ปิดที่ 101.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.29 ดอลลาร์ หรือ 3.36%
การปรับตัวขึ้นดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันเบรนท์ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และถือเป็นระดับปิดสูงสุดของทั้ง WTI และเบรนท์นับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม สะท้อนความวิตกของนักลงทุนต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลก
ตลาดพลังงานได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่าอิหร่านโจมตีเรือ 10 ลำบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการจมเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ หลังกล่าวหาว่าอิหร่านพยายามโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ
ความขัดแย้งที่ยกระดับขึ้นสร้างความกังวลว่าการสู้รบอาจยืดเยื้อและกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันและพลังงานในตลาดโลก
ข้อมูลการเดินเรือจาก Kpler ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน มีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 6 ลำ ลดลงจาก 9 ลำในวันก่อนหน้า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 12 ลำต่อวัน การลดลงดังกล่าวสะท้อนความวิตกของผู้ประกอบการเดินเรือต่อความปลอดภัยในพื้นที่ และทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันอาจหยุดชะงัก
ด้านตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดัชนีหลักทั้ง 3 ตลาดปิดลดลงในวันที่ 9 กันยายน หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยนักลงทุนกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมาเพิ่มขึ้น และส่งผลให้แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,380.66 จุด ลดลง 405.41 จุด หรือ 0.77% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,636.36 จุด ลดลง 37.16 จุด หรือ 0.48% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,253.34 จุด ลดลง 168.07 จุด หรือ 0.64%
นอกจากแรงกดดันจากราคาน้ำมันแล้ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังขยับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุน เนื่องจากตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเร่งตัวจากราคาพลังงาน จะทำให้เฟดต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นในการดำเนินนโยบายการเงิน
นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมครั้งต่อไป
สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยประจำวันที่ 10 กันยายน 2569 ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. และเป็นราคาที่อัปเดต ณ วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 05.00 น. พบว่าราคาน้ำมันจาก 4 ผู้ให้บริการ ได้แก่ ปตท. บางจาก PT และเชลล์ มีรายละเอียดดังนี้
ปั๊ม ปตท. ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 34.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 30.03 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 38.72 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดาอยู่ที่ 39.84 บาทต่อลิตร และเบนซินอยู่ที่ 48.08 บาทต่อลิตร
ปั๊มบางจาก แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 30.03 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 38.72 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 39.84 บาทต่อลิตร และดีเซลพรีเมียม ราคา 49.25 บาทต่อลิตร
ปั๊ม PT ราคาดีเซลอยู่ที่ 39.84 บาทต่อลิตร ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาทต่อลิตร เบนซินอยู่ที่ 48.58 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 38.72 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 34.09 บาทต่อลิตร
ส่วนปั๊มเชลล์ ราคาฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 34.29 บาทต่อลิตร ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 39.22 บาทต่อลิตร ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.59 บาทต่อลิตร วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาทต่อลิตร ฟิวเซฟ ดีเซลอยู่ที่ 39.84 บาทต่อลิตร ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาทต่อลิตร และวี-เพาเวอร์ ดีเซลอยู่ที่ 49.84 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันขายปลีกดังกล่าวเป็นราคาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร โดยราคาหน้าสถานีบริการอาจแตกต่างกัน ผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาก่อนเติมน้ำมันทุกครั้ง
สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นและกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง อาจทำให้ความเสี่ยงด้านอุปทานเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อราคาพลังงานทั่วโลก ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังอาจส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดการเงินทั่วโลกต้องติดตามต่อไป