“ปณิธาน” เชื่อ "ศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน" ไม่เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซีย ชี้ ต้องเฝ้าระวัง หวั่นกระทบศก.ไทยระยะสั้น
นายปณิธาน วัฒนายากร ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงความเห็นเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทระหว่างสหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ว่า สำหรับความตึงเครียด ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เป็นเรื่องที่หลายประเทศคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะประทุขึ้นอย่างรุนแรงในระดับนี้ ส่วนแนวโน้มที่จะลุกลามกลายเป็นสงครามอ่าวเปอร์เซีย นักวิเคราะห์หลายคนเห็นตรงกันว่าเป็นไปได้น้อย ซึ่งอาจมาจากปัจจัยภายในที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งของสหรัฐฯ รวมไปถึงเป็นโอกาสของหลายฝ่ายที่จะเข้าแทรกแซงสหรัฐฯ และสหรัฐฯเองเปิดประเด็นในด้านนานาชาติการกระตุ้นคะแนนเสียง
อย่างไรก็ตามหากประเมินจากข้อเท็จจริงจะทราบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หากผลสำรวจความเห็นประชาชนสะท้อนว่าเป็นผลดีต่อสหรัฐฯ หรือสหรัฐต้องการให้หลายฝ่ายเห็นว่าการพยายามเข้าแทรกแซงสหรัฐฯจนคะแนนเลือกตั้งพลิกผันนั้นไม่ได้ผล
ส่วนพื้นฐานความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน คือ อิหร่านเอง เป็นประเทศที่เติบโตมากขึ้น เป็นพวงมาจากประเทศอิรัก โดยอิหร่านจึงมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ทหาร จนถูกกล่าวหาว่ามีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และนำไปสู่การคว่ำบาตร ขณะที่สหรัฐฯเองมองว่าอิหร่านมี ความสามารถในการพัฒนากองกำลังจนมีขีดความสามารถปิดอ่าวเปอร์เซียได้ จนทำให้อิหร่านกลายเป็นเป้าที่ถูกเพ่งเล็ง และนำไปสู่การสังหารกลุ่มผู้นำทางทหารที่เป็นปรปักษ์กับกลุ่มสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ความขัดแย้งดังกล่าว ยังได้ส่งผลกระทบต่อ บรรยากาศความสงบสุขโดยรวมของตะวันออกกลาง และของโลกในระยะสั้น ในเรื่องเศรษฐกิจ การลงทุน ส่วนในระยะกลางและระยะยาวจะเป็นอย่างไร ต้องรอดูการตอบโต้ และการเฝ้าระวัง ซึ่งขณะนี้เองหลายประเทศ โดยเฉพาะสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้มีการสั่งการให้เฝ้าระวัง กลุ่มผลประโยชน์ของสหรัฐ รวมไปถึงตัวบุคคลเพื่อไม่ให้เป็นเป้า ขณะเดียวกันกลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน จะพยายามหาทางในการตอบโต้กับสหรัฐในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
“สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน คือ นักวิชาการอ่านวิเคราะห์ตรงกันว่าอาจไม่เกิดสงครามขนาดใหญ่ เนื่องจากขีดความสามารถทางกองกำลังทางทหารของสหรัฐฯ เหนือกว่าอิหร่านหลายสิบเท่า ซึ่งอิหร่านน่าจะไม่เลือกใช้วิธีการเผชิญหน้ากับสหรัฐโดยตรง รวมไปถึงการใช้วิธีปิดอ่าวเปอร์เซีย ถึงแม้จะมีศักยภาพแต่สหรัฐฯก็สามารถที่จะเปิดเอาได้ในไม่กี่วัน แต่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ที่อิหร่านน่าโต้ตอบทางการทูต หรือการเมือง และกลุ่มใฝ่ทางการเมืองทางความรุนแรงต่างๆ โจมตีกลุ่มเป้าหมายที่อ่อนแอของสหรัฐฯทั่วโลก” นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทย เชื่อว่าไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ในเรื่องการเมืองและความรุนแรง เนื่องจากทั้งสหรัฐฯและอิหร่านเป็นมิตรประเทศของไทย แต่อาจส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในระยะสั้นได้ ส่วนการเข้าออกของประชาชนทั้งสองประเทศ คงต้องมีการดูแลตามระบบ แม้ยังไม่มีการเฝ้าระวังหรือยกระดับอย่างในหลายประเทศ แต่ต้องเฝ้าระวังจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายมากกว่านี้ หากมีการแจ้งเตือนกลุ่มผู้ต้องสงสัยเข้าประเทศอาจต้องมีการคัดกรองบุคคลเป็นพิเศษ