"ผศ.ดร.วรัชญ์" ยกตัวอย่าง ไอเดียผู้นำ "เอลซัลวาดอร์" ให้บิทคอยน์เป็นเงินทางการ จนประเทศล้มละลาย
วันที่ 31 ส.ค.65 ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Warat Karuchit ระบุว่า...
เลือกผู้นำผิด ประเทศชาติอาจล้มละลายได้
เอลซัลวาดอร์ อาจจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ล้มละลายจากบิทคอยน์ หนึ่งปีหลังจากเป็นประเทศแรกที่ประกาศให้บิทคอยน์เป็นเงินทางการของประเทศ จากไอเดียของประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล่ วัยเพียง 41 ปี ผู้หลงใหลคริปโตเคอเรนซี่อย่างหนัก
โดยกฎหมายบิทคอยน์นี้ ใช้เวลาเพียง 5 วันก็ผ่านสภาที่พรรคของบูเคเล่ครองเสียงข้างมาก โดยไม่มีประชาพิจารณ์หรือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเลย และไม่ผิดคาดที่การใช้งานนั้นเต็มไปด้วยปัญหาและการทุจริต
บูเคเล่ ที่สร้างอำนาจมาจากพ่อของเขาที่เป็นนักธุรกิจมหาเศรษฐี มักเรียกตัวเองว่าเป็น CEO ของเอลซาวาดอร์ แต่ประชาชนจำนวนมากเรียกเขาว่าเป็น "เผด็จการที่หลงตัวเอง" และออกมาต่อต้านกฎหมายบิทคอยน์กันจำนวนมาก
แม้ว่าประชาชนจะต่อต้าน แต่บูเคเล่ก็ไม่ฟังเสียง ยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยการทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับอภิมหาโปรเจคในการสร้าง "เมืองบิทคอยน์" (Bitcoin City) แม้ว่าประเทศจะอยู่ในสภาวะวิกฤตจากหนี้แล้วก็ตาม จึงพยายามออกพันธบัตรเพื่อระดมทุน และให้สัญชาติกับนักลงทุน แต่ก็ไม่สามารถดึงดูดนักลงทุนมาได้
จากการที่มูลค่าบิทคอยน์ผันผวนอย่างหนัก ทำให้มูลค่าของบิทคอยน์ที่รัฐบาลเอลซัลวาดอร์มีนั้นลดลงไปถึง 60% โดยในขณะนี้เอลซาวาดอร์เป็นหนี้อยู่ทั้งสิ้น 23,000 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งต้องเริ่มจ่ายคืน IMF ปีหน้าเป็นจำนวน 800 ล้าน และ IMF คาดการณ์ว่า หนี้สาธารณะของเอลซัลวาดอร์ อาจสูงถึง 95% ของ GDP ภายในปี 4 ปีนี้
ซึ่งกลายเป็นว่า ตอนนี้สิ่งที่รัฐบาลบูเคเล่ทำคือ ใช้เงินภาษีของประชาชนไปซื้อบิทคอยน์ แทนที่จะเอาเงินไปช่วยประชาชน เช่นปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำสะอาด และแม้ว่าบิทคอยน์จะร่วง ทำให้เงินของประเทศลดลงมากกว่าครึ่ง แต่บูเคเล่กลับทวิตอย่างตื่นเต้นว่าเป็นโอกาสที่จะซื้อบิทคอยน์ได้มากขึ้น เหมือนการเอาเงินของประชาชนไปเล่นพนันที่มีแต่โอกาสจะหมดตัว
การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ถ้าเอาอนาคตประเทศชาติมาเสี่ยงด้วย ประชาชนตาดำๆก็ต้องรับกรรมไป
https://www.rollingstone.com/.../el-salvador-bitcoin-law.../