ดูเจตนา "คลัง" แจง กทม.มีอำนาจเก็บภาษีที่ดินเพิ่ม ปลูกกล้วยใจกลางเมืองบังหน้า

เศรษฐกิจ15 ก.ย. 2565 • 04:52 น.
ดูเจตนา "คลัง" แจง กทม.มีอำนาจเก็บภาษีที่ดินเพิ่ม ปลูกกล้วยใจกลางเมืองบังหน้า

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่กรุงเทพมหานคร ขอหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในกรณีที่มีการปลูกพืชการเกษตรในที่รกร้างว่างเปล่าใจกลางเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้มีการประชุมร่วมกับกรุงเทพมหานครในกรณีดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยคณะอนุกรรมการดังกล่าวต้องส่งคำวินิจฉัยมาให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งตนในฐานะปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อหาข้อสรุป อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวยังไม่ได้เสนอเรื่องมาให้พิจารณา

โดยในหลักการของการจัดเก็บภาษีดังกล่าวนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละท้องถิ่นเอง หากพบว่า มีการปลูกพืชการเกษตรเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีก็สามารถจัดเก็บภาษีได้ โดยในหลักการต้องดูที่เจตนาด้วย แม้ว่า จะมีการปลูกพืชเกษตรในที่รกร้างว่างเปล่า ถ้าหากเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี ทางท้องถิ่นก็ต้องใช้ดุลพินิจในการพิจารณาว่า จะมีการจัดเก็บภาษีหรือไม่ ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการจัดเก็บภาษีที่รกร้างว่างเปล่าต้องการให้เกิดการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์มากขึ้น หากการปลูกพืชเกษตรตามข้อกำหนดของกฎหมายก็ถือว่า มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้นๆอย่างถูกต้อง

สำหรับตามกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจัดเก็บภาษีที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรในอัตราที่สูงกว่าที่ดินประเภทอื่นๆนั้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งหากเป็นที่ดินรกร้างไม่ว่าอยู่ที่ใดในประเทศแล้วเจ้าของที่ดินนำที่ดินแปลงนั้นไปทำการเกษตรตามข้อกำหนดว่า จะต้องมีต้นไม้ในพื้นที่กี่ต้นต่อไร่ หากเป็นไปตามข้อกำหนดที่กฎหมายกำหนดต้องถือว่าที่ดินแปลงนั้นได้ใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรจริง

นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้กำหนดอัตราภาษีสูงสุดที่จะให้อำนาจท้องถิ่นในการจัดเก็บภาษีตัวนี้ตามประเภทที่ดินดังนี้ ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อัตราเพดานอยู่ที่ 0.15% ของมูลค่าที่ดิน,ที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย เพดานอยู่ที่ 0.3% ของมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินประเภทอื่นนอกเหนือจากเกษตรกรรม และที่อยู่อาศัยเช่น ที่ดินที่ใช้ในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม รวมถึงที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีเพดานอยู่ที่ 1.2% เป็นต้น

โดยคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะกำหนดอัตราภาษีแนะนำแต่ละประเภทที่ดินให้เป็นแนวทางให้ท้องถิ่นจัดเก็บ ซึ่งท้องถิ่นสามารถจัดเก็บในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราแนะนำ หรือสูงกว่าก็ได้ แต่ต้องไม่เกินเพดานที่กำหนด ส่วนกรณีที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่ได้ทำประโยชน์ตามสมควรแก่สภาพนั้น กฎหมายยังกำหนดอีกว่า หากที่ดินแปลงใดปล่อยไว้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า และถูกเสียภาษีในอัตราที่รกร้างว่างเปล่าแล้วยังไม่ได้นำที่ดินแปลงนั้นมาใช้ประโยชน์ ยังคงปล่อยไว้ให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่านั้น ในทุก 3 ปีจะปรับอัตราภาษีเพิ่มอีก 0.3% หากไม่ได้ทำประโยชน์อะไรอีกก็จะปรับขึ้นภาษีไปเรื่อยๆ แต่สูงสุดจะต้องไม่เกิน 3% ของราคาประเมิน