"ธนินท์" เปิดสเปกนายกฯ "กล้าทำ-ตัดสินใจ" ผู้นำต้องกล้าพารอด ย้ำไทยต้องคบทุกประเทศ-ไม่เข้าข้างใคร
นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจปี 2566 มองในแง่ดีทุกอย่าง แต่เคยพูดว่าถ้าโควิดหยุดเมื่อไหร่ทุกอย่างจะฟื้นอย่างเร็ว เพราะยังไงสถานีรถไฟ สนามบิน เครื่องบิน ท่าเรือ ไม่ได้ถูกทำลาย เหมือนสงครามโลกครั้งที่ 2 พอโควิดหยุด น่าจะเข้าสู่ปกติ แต่ไม่ใช่ เพราะมันนานเกินไป เดิมคิดว่า 1 ปีจบ กลายเป็นกว่า 2 ปี ยังมาเจอกับการเมือง โลกร้อน น้ำท่วม สงครามรัสเซียกับยูเครน แต่กลายเป็นว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทย ทั่วโลกหันกลับมาสนใจอาเซียน มาสนใจประเทศไทยน่าจะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ตอนนี้กลับมาแล้วอยู่ที่รัฐบาลไทยจะช่วยทำอย่างไร ทั้งรัฐบาลชุดเดิมหรือชุดใหม่ ให้เข้าใจว่าโอกาสแบบนี้ 1,000 ปี เจอครั้งหนึ่ง จะฉวยโอกาสได้อย่างไร และเงื่อนไขต่างๆจะดึงดูดต่างประเทศเข้ามาลงทุน
"พอเจอคนโจมตีขายชาติ ขายที่ดิน ซึ่งคนมีความรู้เราต้องการเขามาลงทุนเมืองไทย มาชั่วคราว มาทำธุรกิจ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ ที่ดินเรา 105 ล้านไร่ที่ใช้เพาะปลูก เขาไม่สามารถนำที่ดินกลับไปบ้านเขาได้ เขาเอาเงินมาลงทุน ซื้อที่ ซื้อบ้านปักหลัก ดีกว่าท่องเที่ยวอีก เพราะท่องเที่ยวมาแล้วก็กลับ แต่ต่างชาติเข้ามาลงทุน มาสร้างประโยชน์ สร้างงาน สร้างเงิน แต่ก็ซื้อบ้านไม่ได้เพราะเป็นต่างชาติ ตรงนี้ก็ลำบากเมืองไทย ไม่เข้าใจว่าหวังดีต่อประเทศ กลับทำให้ประเทศเสียหาย"
ทั้งนี้มองว่าเศรษฐกิจปี 2566 ดีกว่าปี 2565 แน่นอน เพราะตอนนี้โควิดเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ติดง่ายก็หายง่าย อันตรายน้อย ทั้งนี้ การที่มีคนมองว่าปี 2566 เผาจริง แต่คิดว่าไม่ใช่ เผาจริงคือปี 2565 แต่ปีหน้าจะดีมากหรือน้อยอยู่ที่นโยบายรัฐบาล เพื่อให้ทั่วโลกมาลงทุนที่ประเทศไทย ยกตัวอย่างถ้าวันนี้ผมเป็นรัฐบาลจะกระตือรือร้นออกไปชักชวนยุโรป รัสเซีย เข้ามาเมืองไทย อย่างดูไบ ที่ดินมีนิดเดียว พอรัสเซียกับยูเครน รบกัน ดูไบ ไปเชิญคนรัสเซียซื้อบ้านอยู่อย่างถาวร เราทำหรือยัง ทั่วโลกบอกว่า สตาร์ตอัพ ชอบอยู่เมืองไทย ทำไมเราไม่เอื้อกฎหมายให้เขามาทำงานในเมืองไทย ให้เข้ามาง่าย มาใช้ชีวิตในเมืองไทย มาสร้างงาน สร้างรายได้ เศรษฐกิจให้ไทย ซึ่งคนหนึ่งผมคิดแล้วมากกว่าเอานักท่องเที่ยวมา 10 คน ทำไมเราไม่คิดบวก เขาไม่มาแย่งงานเราหรอก งานเหล่านี้คนไทยยังไม่เป็น เมื่อเราขาดคน เข้าสังคมสูงวัย ทำไมเราไม่ดึงคนเก่งเข้ามา เพราะเราสร้างคนไม่ทัน อยู่ที่รัฐบาลจะกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ กรณีให้ต่างชาติซื้อที่ดินได้ ไม่ได้บังคับว่าต้องอยู่ตลอดไป อย่างน้อยเขาจ้างคนไทยดูแลบ้านให้ ไม่ทำให้เราเสียหาย อยู่ที่การเขียนกฎหมาย อาจเริ่มจากอีอีซีก่อนก็ได้
นายธนินท์ กล่าวถึงจุดยืนของประเทศไทยหลังบริบทการค้าโลกเปลี่ยนไปว่า ไทยต้องคบทุกคน ประเทศไหน ธุรกิจไหนเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ไม่เข้าข้างใคร และไม่เกี่ยวกับการเมือง ไทยคบกับใครได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจคบกับคนนั้นด้วย ไม่ว่าอเมริกาก็ต้องคบ เว้นเขาไม่คบเรา ประเทศจีนและญี่ปุ่นก็ต้องคบ ต้องมีความบาลานซ์ แต่ยังไงอเมริกายังเป็นผู้นำเศรษฐกิจของโลก แต่ตลาดใหญ่อยู่ที่จีน แต่เทคโนโลยีดีสุดอยู่ที่อเมริกา การเมืองก็อยู่อเมริกา จะทิ้งอเมริกาก็ไม่ได้ เพราะประเทศไทยนิดเดียวก็ต้องบาลานซ์กัน บางครั้งรู้ว่าได้เปรียบ บางครั้งก็ต้องจำยอมบ้าง เรื่องนี้เมืองไทยเก่ง
สำหรับบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ประธานอาวุโส CP มองว่า ประเทศไทยต้องคบกับทุกประเทศ ไม่ยุ่งเรื่องการเมือง แต่มุ่งเน้นไปที่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นมากที่สุด ซึ่งสหรัฐอเมริกาก็ยังเป็นผู้นำเศรษฐกิจของโลก แต่ตลาดที่ยิ่งใหญ่นั้นอยู่ที่จีน แต่เทคโนโลยีที่ดีที่สุดก็ยังอยู่ที่สหรัฐอมเริกา รวมถึงเรื่องการเงินด้วย เพราะฉะนั้นต้องมีการสร้างสมดุลให้ได้ ประเทศไทยถือว่ามีโอกาสอยู่มากในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นกับนโยบายของรัฐบาล
โดยคุณสมบัติของผู้นำที่จะพาประเทศคว้าโอกาสต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่า จะต้องกล้าทำ กล้าตัดสินใจ เพราะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ วันนี้จะให้คนเห็นพ้องกันทุกคนนั้นไม่มีทาง ต้องมีการมองต่างมุมกัน เราบังคับให้คนอื่นมองเหมือนเราไม่ได้ แต่ถ้าเรามั่นใจว่าตรงนี้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่เพื่อส่วนรวม และขอให้ทำเพื่อประชาชน ผู้นำบางคนกลัวถูกโจมตี กลัวเสียชื่อเสียง แต่ถ้าไม่มีประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ก็ต้องกล้าทำ ต้องมาเปลี่ยนแปลง เราไม่เปลี่ยนแปลงตามโลกที่เปลี่ยน เรายังมัวแต่ชักช้าก็ ถูกทิ้ง ไม่ว่าจะทำอะไร ขอให้ทำเพื่อส่วนรวม ทำเพื่อประชาชน สุดท้ายต้องเป็นคนที่กตัญญู เป็นคนดี และรู้จักตอบแทนคุณแผ่นดิน