"สรรพากร" เช็คสอบเสียภาษี "กองสลากพลัส" แนะนักเสี่ยงโชคซื้อหวยผ่าน "แอปเป๋าตัง" ถูกกว่า
นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร เผยว่า จากการที่สินค้าออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น กรมสรรพากรจึงตั้งหน่วยเฉพาะกิจ ติดตามการซื้อขายผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ เพื่อประเมินและตรวจสอบการชำระภาษีของผู้ประกอบการทุกราย ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะ กรณีของกองสลากพลัส แต่ยอมรับว่าการทำธุรกิจขายลอตเตอรี่ออนไลน์ หลังจากนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท กองสลากพลัส ผู้บริหารบริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด ได้ชี้แจงงผ่านสื่อมานั้น เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบดูว่า มีการคำนวณภาษีผิดพลาดหรือไม่ สรรพากรจึงนัดผู้บริหารกองสลากพลัสมาชี้แจง 16-20 ม.ค.นี้
ทั้งนี้ยอมรับว่าธุรกิจขายลอตเตอรี่ออนไลน์ของกองสลากพลัสเติบโตรวดเร็วมาก ตามข่าวที่เผยแพร่ออกมาตามสื่อ กองสลากพลัสระบุว่า ในปี 2565 ต้องจ่ายภาษีประมาณ 100 ล้านบาท เมื่อแจ้งว่าได้มีการขายสลากงวดละ 13 ล้านใบ ขายราคาใบละ 105 บาทบนออนไลน์ แต่ละงวดกองสลากพลัส จะมีเงินรายได้ 1,470 ล้านบาทต่องวด รวมทั้งปี มีรายได้จากการขายสลากสูงถึง 32,760 ล้านบาท (ผลออกรางวัลเดือนละ 2 งวด รวม 24 ครั้ง) จึงต้องว่ามีการคำนวณชำระภาษีผิดพลาดหรือไม่ เพื่อพิจารณาตัวเลขให้ตรงกัน
นายลวรณ กล่าวอีกว่า ในฐานะตนเองเป็นประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น กองสลากพลัสได้กว้านซื้อสลากจากตลาดหลายแหล่งเช่น ตลาดสนามบินน้ำ ตลาดวังสะพุง สี่แยกคอกวัว โดยเฉพาะตัวแทนค้ารายย่อยในราคาใบละ 98 บาท เพื่อนำมาขายผ่านออนไลน์ราคา 105 บาท จึงจูงใจให้ตัวแทนผู้ค้าราย่อยขายให้ทั้ง 5 เล่ม เพื่อไม่ต้องเดินเร่ขาย ยอมรับว่าแนวทางดังกล่าวเป็นสาเหตุหลักหนึ่งในการขายสลากเกินราคา และอาจมีปัญหาสลากทิพย์ โดยยอมจ่ายเงินรางวัลให้ผู้ถือรางวัลตามหน้าสลากฯ
ทั้งนี้เจตนาของสำนักงานสลากฯ ต้องการให้ตัวแทนขายตรงกับประชาชนทั่วไปโดยตรง สำนักงานสลากฯ จึงต้องการให้ผู้ซื้อสลากฯ หันมาซื้อสลากดิจิทัลผ่านแอปเป๋าตังในราคา 80 บาท เป็นสลากของตัวแทนผู้ค้ารายย่อย 35,000 คน มีสลากดิจิทัลในระบบถึง 17 ล้านใบ ซึ่งไม่ใช่สลากของสำนักงานสลากฯ แต่เป็นสลากของรายย่อยที่เป็นตัวแทน ร่วมโครงการสลากดิจิทัลผ่านแอปเป๋าตัง นอกจากนี้ยังมีแผงสลาก 80 บาทของรายย่อยที่ร่วมโครงการกระจายไปทั่วประเทศ